Exclusing Offer For Thai Residents

Blog

Aug 31 2019

ปฏิวัติการดีท็อกซ์ครั้งใหญ่ด้วย Superfood


Cleanser, Psyllium Husk, Vitamin C, ดีท็อกซ์, ต้นอ่อนข้าวสาลี, แอปเปิ้ลไซเดอร์

ปฏิวัติการดีท็อกซ์ครั้งใหญ่ด้วย Superfood

Superfood คืออะไร? หลายคนอาจสงสัยกับคำคำนี้ที่ได้ยินกับจนคุ้นหูแต่ไม่รู้ว่าอันที่จริงแล้ว Superfood คืออะไรแล้วมีประโยชน์อย่างไรต่อร่างกาย วันนี้ MikaNutra จะมาไขข้อข้องใจและเผยความลับของ Superfood และการล้างพิษยุคใหม่ให้ทุกคนรู้


Superfood คืออะไร?

Superfood ก็คืออาหารที่เราทานกันอยู่ในชีวิตประจำวัน ส่วนมากก็จะเป็นผักและผลไม้แต่ก็มีกลุ่มเนื้อสัตว์ประเภทปลาและนมไข่อยู่บ้าง ซึ่งเหล่า Superfood นั้นอุดมไปด้วยสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพ อาหารที่จัดเป็นกลุ่ม Superfood ที่คนส่วนมากรู้จักก็คือ บลูเบอร์รี่ แซลมอน ผักใบเขียว และ อาซาอี (Acai) ซึ่งถือเป็นส่วนเล็กๆ หากเทียบกับ Superfood ทั้งหมดที่มีบนโลกใบนี้ เราจะเรียกกลุ่ม Superfood กลุ่มนี้ว่ากลุ่มการตลาด เพราะหาซื้อง่าย เป็นที่นิยมและเป็นส่วนประกอบหลักของอาหารส่วนใหญ่ในท้องตลาด อย่างไรก็ตามเกณฑ์การประเมินอาหารว่าเป็น Superfood หรือไม่นั้นไม่มีกฎตายตัว

Despina Hyde นักโภชนาการผู้เชี่ยวชาญทางด้านการลดน้ำหนักจาก New York University’s Langone Medical Center นั้นกล่าวว่า “Superfood ไม่กลุ่มเฉพาะของอาหารประเภทใดประเภทหนึ่ง จากการที่ฉันเป็นนักโภชนาการ ฉันคิดว่า Superfood เป็นคำที่ใช้เพื่อการตลาด เพื่อบรรยายถึงคุณสมบัติที่ดีของอาหารชนิดนั้นๆ เพราะ Superfood นั้นเป็นชื่อที่รวมทุกอย่างเอาไว้ในหนึ่งคำ ใครฟังก็รู้ว่าอาหารชนิดนี้ทานแล้วดีแน่นอน”

Superfood มีประโยชน์ทางโภชนาการหลากหลาย ทั้งต้านอนุมูลอิสระหรือความคิดที่นำ Superfood ไปสู่การรักษาโรคมะเร็ง เป็นต้น Superfood นั้นมีกลุ่มไขมันที่ดี ช่วยป้องกันโรคหัวใจ ไฟเบอร์สูง ช่วยป้องกันโรคเบาหวานและโรคเกี่ยวกับระบบขับถ่าย อีกทั้งยังมี Phytochemicals หรือกลุ่มเคมีในพืชที่มีสีเข้มและมีกลิ่นเฉพาะตัวซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายและมีคุณค่าทางสารอาหารสูง

การทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงหรือที่เราเรียกง่ายๆ ว่า Superfood นั้นเป็นสิ่งที่ดีและควรทำ แต่พฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ดีก็คือการทานอาหารให้หลากหลายและครบทุกหมู่รวมถึงทานในปริมาณที่เหมาะสมถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

Superfood ที่เป็นที่นิยม

ผลไม้กลุ่มเบอร์รี

บลูเบอร์รี ถือเป็นผลไม้ยอดฮิตที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Superfood เพราะอุดมไปด้วยวิตามิน กากใยและ Phytochemicals แต่สารอาหารที่เจอในบลูเบอร์รี่นั้นก็เจอในผลไม้ประเภทเบอร์รี่ชนิดอื่นๆ อาทิเช่น สตอร์เบอร์รีและแครนเบอร์รี

จากงานวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ในปี 2013 ใน Journal Circulation พบว่าการทานอาหารที่มี Phytochemicals หรือ ฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) คือ สารต้านปฏิกิริยาออกซิเดชันที่ช่วยหยุดปฏิกิริยาลูกโซ่ของอนุมูลอิสระได้ รวมถึงช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกาย หัวใจและหลอดเลือด อีกทั้งรักษาระดับน้ำตาลในเลือด และการทำงานของสมองอีกด้วย ฟลาโวนอยด์พบมากในบลูเบอร์รีและกลุ่มเบอร์รีทั้งหลาย สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจในผู้หญิงที่มีอายุน้อย

ผักใบเขียว

ผักใบเขียวถูกจัดเป็นกลุ่ม Superfood แต่ต้องเป็นผักใบเขียวเข้มและเป็นดอกก็ถือว่าอยู่ในกลุ่มเดียวกัน พวกคะน้า กวางตุ้ง ผักโขม กะหล่ำ บล็อกโคลีและต้นอ่อนข้าวสาลี ผักเหล่านี้อุดมไปด้วยวิตามิน A วิตามิน C และวิตามิน K รวมถึงอุดมไปด้วยไฟเบอร์ แคลเซียมและเกลือแร่

ทั้งนี้ทั้งนั้นต้นอ่อนข้าวสาลีถือเป็นผักใบเขียวที่เป็นที่นิยมมากๆ เพราะไม่ต้องเคี้ยวเยอะ แค่คั้นเอาน้ำมาดื่มก็ได้สารอาหารและวิตามินครบถ้วน อุดมไปคลอโรฟิลล์ วิตามินเอ ซี และอี นอกจากนี้ต้นอ่อนข้าวสาลียังประกอบไปด้วยธาตุ 98 ชนิดจากทั้งหมด 102 ชนิดที่อยู่ในดิน ทั้งฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แคลเซียม เหล็กและแมกนีเซียม รวมถึงกรดอะมิโนจำเป็นและเอนไซม์ต่างๆ

แอปเปิ้ล

หลายคนอาจเคยได้ยินประโยคที่ว่า “An apple a day keeps the doctor away!” และนั่นก็ทำให้แอปเปิ้ลจัดอยู่ในกลุ่ม Superfood นั่นเอง แอปเปิ้ลเป็นผลไม้อีกชนิดที่ผู้คนทุกวัยนิยมรับประทานอย่างแพร่หลาย นอกจากจะนำมาแปรรูปได้หลากหลาย หารับประทานได้ง่าย รสชาติอร่อยแล้ว ยังอุดมไปด้วยคุณประโยชน์ที่เชื่อว่าดีต่อร่างกายหลายอย่าง ไม่ว่าจะช่วยดูแลอาการท้องร่วงหรือท้องผูก ป้องกันโรคมะเร็ง หรืออุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญที่ช่วยบำรุงร่างกาย งานวิจัยหลายชิ้นพบว่า ฟลาโวนอยด์ในแอปเปิ้ลมีคุณสมบัติในการบำรุงหลอดเลือดและลดความดันโลหิตหรือไขมันไม่ดีในร่างกาย

นอกจากนี้ไฟเบอร์ของแอปเปิ้ลช่วยเสริมสร้างสุขภาพหลอดเลือดและหัวใจได้มากขึ้น จากงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ได้ให้ผู้เข้าร่วมการทดลองจำนวน 23 ราย รับประทานแอปเปิ้ลแบบต่าง ๆ ได้แก่ แอปเปิ้ลเต็มผล กากแอปเปิ้ล น้ำแอปเปิ้ลใส และน้ำแอปเปิ้ลเข้มข้น โดยต้องบริโภคแอปเปิ้ลแต่ละรูปแบบวันละ 5 ครั้ง เป็นเวลา 4 สัปดาห์ พบว่าผู้ที่บริโภคแอปเปิ้ลทั้งผล กากแอปเปิ้ล หรือน้ำแอปเปิ้ลเข้มข้น มีระดับความเข้มข้นของไขมันไม่ดี (LDL) ลดลง โดยกากแอปเปิ้ลจะช่วยลดความเข้มข้นของไขมันไม่ดีมากถึงร้อยละ 7.9 ต่างจากผู้ที่ดื่มน้ำแอปเปิ้ลแบบใสที่มีระดับความเข้มข้นของไขมันไม่ดีเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.9 เมื่อเทียบกับผู้ที่รับประทานแอปเปิ้ลทั้งผลหรือกากแอปเปิ้ล อาจกล่าวได้ว่ากากใยที่ได้รับจากการรับประทานแอปเปิ้ลเต็มผล กากแอปเปิ้ล น้ำแอปเปิ้ลที่มีตะกอนหรือแม้แต่ แอปเปิ้ลไซเดอร์ เวนิกา นั้นต่างช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายลงได้

ผัก ผลไม้และธัญพืชที่มีกากใยอาหารสูง

มันหวาน บวบ ฟัก ถั่วและธัญพืชต่างๆ ถือเป็นอาหารในกลุ่ม Superfood เหตุผลก็เหมือนกับกลุ่มผักใบเขียว เพราะอุดมไปด้วยกากใย แร่ธาตุ วิตามินและอื่นๆ อีกมากมาย ถั่วต่างๆ มีโปรตีนสูงและไขมันต่ำ ทำให้ร่างกายรู้สึกอิ่มนาน อุดมไปด้วยแมงกานีสที่หลายคนอาจจะขาดแร่ธาตุตัวนี้แต่ไม่รู้ก็เป็นได้

กลุ่ม Wholegrain หรือธัญพืชที่ไม่ขัดสีนั้นมีคุณค่าทางอาหารสูงกว่าประเภทที่ขัดสี คินัวนั้นไม่อยู่ในกลุ่มธัญพืชแต่พอนำมาปรุงอาหารแล้วรูปร่างคล้ายธัญพืช ซึ่งคินัวอุดมไปด้วยโปรตีน วิตามิน เกลือแร่ กากใยอาหารและสารต้านอนุมูลอิสระ ไซเลียม ฮัสค์นั้นก็ถือเป็นแหล่งไฟเบอร์ที่คนทั่วโลกนิยมรับประทาน เนื่องจากรับประทานง่าย อุดมไปด้วยใยอาหารและสารอาหารสำคัญที่ช่วยให้แบคทีเรียชนิดดีในลำไส้เจริญเติบโตดีขึ้น แบคทีเรียชนิดดีจะช่วยให้ลำไส้ทำงานดีขึ้น การดูดซึมอาหารและการย่อยอาหารดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้เรื่องของภูมิคุ้มกันอีกด้วย

อาหารประเภทปลา

แซลมอน ซาดีน แมคเคอเรล จัดเป็นกลุ่มปลาที่อุดมไปด้วยโอเมก้า 3 ที่ช่วยในการลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) การทานปลานั้นนอกจากจะบำรุงร่างกาย อุดมไปด้วยโปรตีนและกรดอะมิโนจำเป็น การทานปลานั้นมีความเสี่ยงต่อการสะสมสารปรอท ข้อมูลจาก The Harvard T.H. Chan School of Public Health

การปนเปื้อนของสารปรอทไปยังอาหารมักเกิดจากน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมไปยังแหล่งน้ำ ซึ่งเป็นแหล่งของสัตว์น้ำ เช่น ปลา หอย ปลาหมึก และปรอทจะสะสมในอาหารดังกล่าว การรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนสารปรอท ผู้บริโภคจะไม่รู้ตัวและไม่มีอาการอะไรเลย จนกระทั่งร่างกายสะสมจนถึงระดับหนึ่ง สารปรอทค่อยๆ สะสมเป็น จะมีการสะสมในร่างกายก้อนใหญ่จับตัวกับเนื้อเยื่อในระบบประสาทตับและไตที่มีหน้าที่ขับของเสียออกจากร่างกายไม่สามารถขับสารปรอทออกจากร่างกาย การสะสมของสารปรอทในร่างกาย จะมีอันตรายต่อสมองและอวัยวะต่างๆ และส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบประสาท ทำให้สมองฝ่อ แขนขาอ่อนแรง คล้ายคนพิการ จนส่งผลให้กลายเป็นโรคสมองฝ่อ หรือร่างกายพิการ

หลีกเลี่ยงการรับประทานปลาที่จัดอยู่ในกลุ่มห่วงโซ่อาหารสูงถือเป็นการป้องกันการสะสมของสารปรอทได้ กลุ่มประเภทปลาน้ำลึก ปลาตัวใหญ่ ถือเป็นปลาที่มีความเสี่ยงสูงในการสะสมสารปรอท เช่น ปลาฉลาม ปลาดาบ ปลาคิงแมคเคอเรลและปลาไทล์พิช (Tilefish) ดังนั้นการทานปลาตัวเล็กๆ ก็จะมีความเสี่ยงลดลง

Superfood และการดีท็อกซ์

วิธีดีท็อกซ์นั้นมีหลายวิธีทั้งการสวนทวาร ดื่มน้ำผัก ทานอาหารคลีน, คีโตหรือวิธีไดเอทอื่นๆ รวมถึงทานอาหารเสริมล้างพิษ บางคนทานยาถ่ายหรือวิตามินอื่นๆ เพื่อช่วยในการดีท็อกซ์ก็มีเช่นกัน การทานอาหารที่มีประโยชน์รวมถึงอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาตินั้นดีต่อการกำจัดสารพิษในร่างกาย การทานอาหารที่ไม่มีส่วนผสมที่จะไปขัดขวางการกำจัดสารพิษเป็นสิ่งที่สำคัญมากเพราะอาจจะทำให้การดีท็อกซ์ล้มเหลวได้

Superfood ถูกยกให้เป็นสุดยอดอาหารที่ทุกคนควรทานเพื่อเพิ่มสมรรถภาพทางร่างกายรวมถึงทำให้ร่างกายแข็งแรง อาหารบางประเภทมีสรรพคุณในการล้างสารพิษซึ่งอาหาร 4 อย่างนี้เป็นสิ่งที่ธรรมชาติคัดสรรมาเพื่อช่วยให้มนุษย์มีสุขภาพที่แข็งแรงอย่างยืนยาว Super บางประเภทเมื่อนำมารวมกันจะกลายเป็นพลังพิเศษจากธรรมชาติที่ช่วยให้ร่างกายของคุณทำงานดีขึ้นและขับสารพิษตกค้างได้อย่างหมดจด ยกตัวอย่างเช่น

Apple Cider Vinegar (แอปเปิ้ลไซเดอร์เวนิก้า)

แอปเปิ้ลไซเดอร์เวนิกา มีส่วนช่วยในการเผาผลาญ ลดระดับน้ำตาลในเลือด ลดระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์อีกทั้งยังช่วยลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้น ส่งผลให้อาหารและของเสียตกค้างในกระเพาะอาหารและลำไส้ลดลง นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นกระบวนการล้างพิษตามธรรมชาติของร่างกายให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น โดยเฉพาะการขับสารพิษของตับ เนื่องจากมี Malic Acid (กรดมาลิก) และ Tartaric Acid (กรดทาร์ทาริก) ซึ่งช่วยให้กระบวนการย่อยโปรตีนและไขมันทำงานได้ดีและยังช่วยให้นิ่วในถุงน้ำดีอ่อนตัวลงอีกด้วย

Wheatgrass (ต้นอ่อนข้าวสาลี)

Wheatgrass หรือ ต้นอ่อนข้าวสาลี ขึ้นชื่อว่าเป็นสุดยอดอาหารล้างสารพิษในร่างกายจาก
ธรรมชาติที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระทั้งคลอโรฟิลล์ วิตามินเอ ซีและอี แร่ธาตุต่างๆ เช่น เหล็ก แคลเซียม แมกนีเซียม มีโปรตีนสูง ต้นอ่อนข้าวสาลีเป็นที่รู้จักไปทั่่วโลกกับสรรพคุณด้านการต่อต้านมะเร็ง อีกทั้งยังมีประโยชน์ต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยต่อสู้กับความเครียดของเซลล์ที่ถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระ ที่สำคัญพืชชนิดนี้ช่วยเรื่องโรคอ้วนและเบาหวาน อีกทั้งยังช่วยทำความสะอาดเลือด ขจัดกลิ่นตัวส่วนต่างๆ

Psyllium Husk (ไซเลียม ฮัสค์)

ไซเลียม ฮัสค์ เป็นพืชที่มีเส้นใยอาหารสูง ถือเป็นตัวช่วยสำคัญของผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักเนื่องจากเส้นใยจากไซเลียม ฮัสค์ทำให้การเผาผลาญพลังงานดีขึ้น กระตุ้นการหลั่งน้ำดีทำให้การย่อยไขมันเก่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังมีสรรพคุณช่วยในการขับถ่าย ลดอาการท้องผูกและการหมักหมมในลำไส้จึงทำให้สารพิษตกค้างในร่างกายลดลง นอกจากนี้ยังช่วยดีท็อกซ์หลอดเลือดและยังลดไขมันเลวอย่าง LDL อีกด้วย

Ascorbic Acid (วิตามินซี)

Ascorbic Acid จัดเป็นสารสำคัญที่มีผลต่อการทำงานหลายระบบของร่างกาย มีสรรพคุณหลายอย่าง อาทิ ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทาน ช่วยลดไขมันในเส้นเลือดป้องกันโรคในระบบหัวใจ ช่วยป้องกันโรคตับและโรคไต วิตามินซีเป็นสารต้านพิษ Nitrosamin ที่เป็นสารสำคัญทำให้เกิดพิษแก่ตับ ไต อีกทั้งยังทำหน้าที่สลายสารพิษต่างๆในร่างกาย โดยเป็นสารป้องกันการเกิดออกซิไดซ์ที่เป็นสาเหตุการเกิดอนุมูลอิสระในร่างกาย ทำให้เซลล์ในร่างกายไม่เสื่อมสภาพเร็ว ผิวพรรณแลดูสดใส และอ่อนกว่าวัย

ด้วยพลังแห่งสารสกัดธรรมชาติบริสุทธิ์จาก Superfood 4 ชนิดคือ แอปเปิ้ลไซเดอร์เวนิก้า ต้นอ่อนข้าวสาลี ไซเลียม ฮัสค์และวิตามินซี จะช่วยทำให้การดีท็อกซ์ล้างสารพิษตกค้างทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ ชำระล้างสารพิษตกค้างในร่างกายพร้อมทั้งยังเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ฟื้นฟูสุขภาพ ส่งผลให้ผิวกระจ่างใสและสุขภาพที่ดีกว่าเดิมจากภายในสู่ภายนอก หากอยากรู้ข้อมูลอื่นๆ เกี่ยวกับ Superfood ทั้ง 4 ชนิดสามารถเข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้ที่ MikaNutra.com เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณวันนี้!

Related Posts

10 thoughts on “ปฏิวัติการดีท็อกซ์ครั้งใหญ่ด้วย Superfood

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll To Top