Exclusing Offer For Thai Residents

Blog

May 26 2019

สุดยอดคุณประโยชน์ของ “ต้นอ่อนข้าวสาลี” ที่ไม่เคยมีใครพูดถึง


Cleanser, ต้นอ่อนข้าวสาลี

สุดยอดคุณประโยชน์ของ “ต้นอ่อนข้าวสาลี” ที่ไม่เคยมีใครพูดถึง

หากคุณไม่เคยลองลิ้มรสชาติของน้ำต้นอ่อนข้าวสาลีคั้นสด ไม่เป็นไร ยังไม่สายเกินไปที่จะลองสัมผัสกับเทรนด์สุดเฮลท์ตี้ที่เหล่าคนรักสุขภาพและกลุ่มฮิปสเตอร์ต่างให้ความสนใจ แต่เทรนด์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะกระแต่เป็นสรรพคุณอันน่าเหลือเชื่อของต้นอ่อนข้าวสาลีที่ทำให้ทุกความอยากลอง เพราะต้นอ่อนข้าวสาลีนั้นช่วยตั้งแต่ดีท็อกซ์ เพิ่มพลังงานให้ร่างกายจนถึงปรับปรุงสุขภาพร่างกายให้คุณตั้งแต่หัวจรดเท้าเลยทีเดียว

หากยังไม่เชื่อ บางทีบทความนี้อาจจะช่วยให้สุขภาพของคุณ เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยก็ได้!

ประวัติของต้นอ่อนข้าวสาลี

ต้นอ่อนข้าวสาลีได้ถูกบริโภคตั้งแต่ 5,000 ปีก่อนในยุคอียิปต์และเมโสโปเตเมีย ผู้คนในยุคอียิปต์ใช้ต้นอ่อนข้าวสาลีในการรักษาบาดแผลและเป็นยาเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง

จนกระทั่งปี 1930 ต้นอ่อนข้าวสาลีถือเป็นสุดยอดอาหารในสหรัฐอเมริกาจากนักเคมี การเกษตรชาวอเมริกัน Dr. Charles Schnabel โดยเปรียบเทียบต้นอ่อนข้าวสาลีกับผักโขม บล็อคโคลี และหญ้าอัลฟาฟา และได้มีการเปิดเผยว่าต้นอ่อนข้าวสาลีนั้นมีคุณค่าทางอาหารสูงและส่งผลดีต่อสิ่งมีชีวิต จากงานวิจัยอันโด่งดังของเขาเกี่ยวกับแม่ไก่ 106 ตัว เขาเริ่มการทดลองกับแม่ไก่ที่ไม่สบายและกำลังจะตายโดย Dr. Charles Schnabel สามารถทำให้แม่ไก่กลับมาแข็งแรงได้อีกครั้งโดยการผสมต้นอ่อนข้าวสาลีและผักใบเขียวต่างๆ ลงไปในอาหารที่ให้แม่ไก่กิน ในวันที่ 31 กรกฎาคม 1930 Dr. Charles Schnabel ได้ไข่ 126 ฟองจากแม่ไก่ 106 ตัวโดยแม่ไก่สามารถวางไข่ได้ 1 ฟองต่อวันซึ่งนับเป็นสิ่งที่ดีมาก

Dr. Charles Schnabel บิดาแห่งต้นอ่อนข้าวสาลี

ในช่วงปี 1940 Dr. Charles Schnabel ได้ถูกยกย่องให้เป็น “บิดาแห่งต้นอ่อนข้าวสาลี” หรือ“Father of Wheatgrass” โดยเขาได้ผลิตต้นอ่อนข้าวสาลีในรูปแบบผงและวางจำหน่ายในท้องตลาด ในปี 1950 ต้นอ่อนข้าวสาลีชนิดแคปซูลได้เป็นสินค้าเกี่ยวกับวิตามินและอาหารเสริมที่ขายดีที่สุดในอเมริกา

ต่อมาในปี 1950 ต้นอ่อนข้าวสาลีเริ่มโด่งดังจาก แอน วิกมอร์ (Ann Wigmore) ที่อพยพจากลิธูเนียมาอยู่ที่สหรัฐอเมริกา เธอเชื่อว่าต้นอ่อนข้าวสาลีสามารถช่วยในการรักษาโรคได้หลังจากสังเกตุสัตว์เลี้ยงของเธอตอบสนองจากการรักษาด้วยต้นอ่อนข้าวสาลีหลังจากที่มีอาการป่วย เธอพบว่าสัตว์เลี้ยงของเธอมีอาการดีขึ้น อีกทั้งยังมีเรื่องเล่าว่า ผมสีกุเลาของเธอได้เปลี่ยนเป็นสีดำสนิทจากการดื่มน้ำต้นอ่อนข้าวสาลีจากโปรแกรมการไดเอทด้วยต้นอ่อนข้าวสาลีของเธอแม้ว่าเธอจะอายุเยอะมากแล้วก็ตาม เธอยังยืนยันอีกว่าผมสีดำสนิทนั้นเป็นผมธรรมชาติของเธอที่มาจากการดื่มน้ำต้นอ่อนข้าวสาลี

แอน วิกมอร์ (Ann Wigmore) ผู้ที่ถูกขนานนามว่า “หมอเทวดา”
ที่ใช้อาหารจากธรรมชาติเป็นยารักษาโรคให้หายขาดได้

ในปี 1980 วิกมอร์ได้ถูกฟ้องร้องจากทนายของรัฐแมสซาชูเซตส์เนื่องจากโปรแกรมรักษาโรคเบาหวานด้วยต้นอ่อนข้าวสาลีของเธอนั้นโฆษณาเกินจริง แต่วิกมอร์ได้ถอนจากฟ้องร้องในครั้งนั้น ต่อมาในปี 1988 วิกมอร์ถูกฟ้องร้องอีกครั้งจากการโฆษณาเกินจริงเรื่อง “ซุป Energy Enzyme” ช่วยรักษาโรคเอดส์ หลังจากนั้นวิกมอร์ก็ไม่เคยอวดสรรพคุณของอาหารชนิดอื่นๆ อีกเลย จนกระทั่งเธอเสียชีวิตในปี 1993 ในวัย 84 ปีแต่ไอเดียของต้นอ่อนข้าวสาลีนั้นยังคงอยู่ และผู้คนก็เชื่อว่าเธออายุยืนยาวเนื่องจากการดื่มน้ำจากต้นอ่อนข้าวสาลี

ต้นอ่อนข้าวสาลีคืออะไร

วีทกราส (Wheatgrass) หรือเรียกง่ายๆ ว่า ต้นอ่อนข้าวสาลี เป็นพืชในตระกูลเดียวกันกับ Common Wheat หมวด Triticum aestivum อยู่ในวงศ์ Poaceae ถือเป็นพืชชนิดหนึ่งที่จัดอยู่ในกลุ่ม Super Food หรือสุดยอดอาหาร เนื่องจากอุดมไปด้วยสารอาหารและวิตามินที่ดีต่อร่างกาย โดยส่วนมากนิยมรับประทานแบบคั้นสดและในรูปแบบผงเพื่อผสมลงในเครื่องดื่มต่างๆ น้ำต้นอ่อนข้าวสาลีเป็นเครื่องดื่มยอดนิยม ที่เชื่อว่าควรดื่มหลังจากที่คั้นสดๆ และดื่มตอนท้องว่างเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด แต่ยังไม่มีงานวิจัยชิ้นไหนรับรองว่าเป็นเรื่องจริง

ต้นอ่อนข้าวสาลีก็เหมือนหญ้าอ่อนที่สามารถเติบโตได้ทั้งในที่ร่มและที่แจ้ง สามารถปลูกได้ง่ายเพียงแต่รดน้ำ ต้นอ่อนข้าวสาลีมีรสขม กลิ่นเหมือนดิน พูดง่ายๆ ก็คือรสชาติเหมือนหญ้า บางคนแม้รู้ว่าต้นอ่อนข้าวสาลีมีประโยชน์มากมายมหาศาลแต่ก็ไม่สามารถยอมรับหรือฝืนใจดื่มน้ำมรกตชนิดนี้ได้ บางก็จำยอมบีบจมูกกระดกดื่มรวดเดียว บางคนก็โบกมือลารับไม่ได้กับรสสัมผัสอันไม่พึงใจของต้นอ่อนข้าวสาลี

ในน้ำต้นอ่อนข้าวสาลีคั้นสด 2 ออนซ์จะประกอบด้วย 15% ของวิตามินซีที่ร่างกายต้องการต่อวันและ 20% ของธาตุเหล็กที่ร่างกายต้องการต่อวัน นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยวิตามินอี แคลเซียมและแมกนีเซียมอีกด้วย

คุณประโยชน์ที่ต้นอ่อนข้าวสาลีมีต่อร่างกายนั้นเยอะเกินคำบรรยาย แต่ที่เป็นที่กล่าวขานก็คือการสมดุลร่างกายให้เป็นหยินหยางและคุณสมบัติที่ช่วยดีท็อกซ์ล้างสารพิษ รวมถึงช่วยรักษาโรคบางอย่างอีกด้วย จากการวิจัยหลายชิ้นเผยว่าคุณสมบัติและผลดีของต้นอ่อนข้าวสาลีที่มีต่อร่างกายมนุษย์นั้นดีสมคำเล่าลือจริงๆ

คุณประโยชน์ของต้นอ่อนข้าวสาลี

ต้นอ่อนข้าวสาลีนั้นอุดมไปด้วยสารอาหารเยอะแยะมากมาย ถือเป็นแหล่งวิตามินเพื่อสุขภาพที่อุดมไปคลอโรฟิลล์ วิตามินเอ ซี และอี นอกจากนี้ต้นอ่อนข้าวสาลียังประกอบไปด้วยธาตุ 98 ชนิดจากทั้งหมด 102 ชนิดที่อยู่ในดิน ทั้งฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แคลเซียม เหล็กและแมกนีเซียม รวมถึงกรดอะมิโนจำเป็นและเอนไซม์ต่างๆ

สิ่งที่ถือเป็นดาวเด่นของต้นอ่อนข้าวสาลีก็คงจะหนีไม่พ้นคลอโรฟิลล์ที่เรียกได้ว่าเป็นเลือดของพืชทุกชนิด ที่ส่งผลต่อร่างกายมนุษย์ในด้านบวก เพราะช่วยในเรื่องของการชะลอวัย ลดความอาหาร ล้างสารพิษในร่างกายและระงับกลิ่นกาย ในต้นอ่อนข้าวสาลีประกอบไปด้วยคลอโรฟิลล์ถึง 70% จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมต้นอ่อนข้าวสาลีถึงได้เป็นหนึ่งในสุดยอดอาหาร

คราวนี้มารู้กันว่าประโยชน์หลักของต้นอ่อนข้าวสาลีนั้นมีอะไรบ้าง?

1. Superfood สุดยอดอาหาร

ต้นอ่อนข้าวสาลีอุดมไปด้วยสารอาหารที่ส่งผลดีต่อร่างกายในด้านสุขภาพ ประโยชน์ของต้นอ่อนข้าวสาลีนั้นสามารถทำให้ร่างกายของคุณแข็งแรงและปราศจากโรคร้ายแรงเรื้อรังได้เลยเพราะต้นอ่อนข้าวสาลีอุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ต่อต้านแบคทีเรีย และยังช่วยลดอาการอักเสบเรื้อรังของร่างกายอีกด้วย

ต้นอ่อนข้าวสาลีประกอบไปด้วย

  • ธาตุเหล็ก: มีความสำคัญต่อร่างกายอย่างมากในการผลิตเฮโมโกลบิน ไมโอโกลบิน และเอนไซม์บางชนิด และมีความจำเป็นต่อกระบวนการเผาผลาญของวิตามินบี นอกจากนี้ธาตุเหล็กยังช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของร่างกาย ช่วยป้องกันอาการอ่อนเพลีย ช่วยเสริมความต้านทานต่อการเจ็บป่วย ช่วยป้องกันและรักษาภาวะโลหิตจางและช่วยทำให้สีผิวพรรณดูเรียบเนียน
  • แคลเซียม: แร่ธาตุที่มีความสำคัญอย่างมากมายต่อสุขภาพร่างกายเป็นส่วนประกอบของกระดูกและฟัน ทำให้โครงสร้างเหล่านี้มีความแข็งแรง อีกทั้งยังเป็นส่วนประกอบที่ช่วยให้เลือดแข็งตัว ช่วยในการทำงานของระบบประสาทในส่วนของกล้ามเนื้อ ช่วยควบคุมการยืดและหดตัวของกล้ามเนื้อในร่างกายตามส่วนต่างๆ ทั่วไป ซึ่งรวมไปถึงกล้ามเนื้อหัวใจด้วย อีกทั้งยังควบคุมความเป็นกรดด่างภายในร่างกายอีกด้วย
  • เอนไซม์: สารประเภทโปรตีนที่มีหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีในร่างกาย เอนไซม์นั้นเป็นส่วนประกอบสำคัญของสิ่งมีชีวิต ดังนั้นในพืชและสัตว์ที่เรานำมาเป็นอาหารจึงมีเอนไซม์ที่สำคัญอยู่เช่นกัน รวมถึงมีสารอื่นๆ ที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ด้วยช่วยในการย่อยอาหารที่เราทานเข้าไป ช่วยสร้างพลังงานภายในเซลล์และอวัยวะต่างๆ ช่วยกำจัดสารอนุมูลอิสระและสารพิษที่เป็นตัวร้ายทำลายเซลล์ 
  • แมกนีเซียม: สารอาหารประเภทเกลือแร่ที่เป็นองค์ประกอบในโมเลกุลของคลอโรฟิลล์ที่เป็นสารสีเขียวในพืช พบเจอมากในผักใบเขียวทุกชนิด แมกนีเซียมสามารถช่วยบรรเทาอาการอาหารไม่ย่อย สำคัญต่อการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตและกรดอะมิโนให้เป็นพลังงาน อีกทั้งยังมีฤทธิ์ช่วยบรรเทาอาการปวดไมเกรน ลดอาการซึมเศร้า เครียดและช่วยให้นอนหลับ  เมื่อแมกนีเซียมรวมกับแคลเซียมแล้วจะทำงานคล้ายเป็นยาระงับประสาทจากธรรมชาติ ช่วยให้รู้สึกสงบ
  • ไฟโตนิวเทรียนท์: สารประกอบอินทรีย์ที่พืชสร้างขึ้น เพื่อป้องกันอันตรายจากรังสีอุลตร้าไวโอเล็ท สารนี้จัดเป็นสารอาหารตามธรรมชาติที่มนุษย์ไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นเองได้จะต้องได้รับจากการบริโภคอาหารเท่านั้น โดยการทานผักผลไม้ครบ 5 สี ได้แก่ สีแดง สีเหลืองส้ม สีเขียว สีขาว และสีม่วง ไฟโตนิวเทรียนท์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติ ช่วยป้องกันการเกิดโรค เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ต่อต้านการอักเสบ มีฤทธิ์ในการด้านออกซิเดชัน ช่วยลดความเสียหายที่เกิดขึ้นกับดีเอ็นเอซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคมะเร็ง
  • คลอโรฟิลล์: สารประกอบอย่างหนึ่งที่อยู่ในพืช มีสีเขียวตามธรรมชาติ หรือในสาหร่าย จากงานวิจัยบางชิ้นพบว่าคลอโรฟิลล์ช่วยกำจัดสารพิษภายในร่างกาย ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้อย่างเป็นปกติ มีส่วนช่วยฟื้นฟูการทำงานของตับ และช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรคให้กับร่างกาย
  • โปรตีน: สารอาหารหลักที่จำเป็นต่อร่างกาย โปรตีนช่วยทำให้ร่างกายเจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่ ช่วยเสริมสร้างเซลล์และเนื้อเยื่อต่างๆ ในร่างกาย ช่วยทำให้ร่างกายได้รับกรดอะมิโนที่จำเป็นอย่างครบถ้วน ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย โปรตีนเป็นแหล่งพลังงานสำรองในตอนที่ร่างกายขาดคาร์โบไฮเดรตและไขมัน ช่วยซ่อมแซมและฟื้นฟูส่วนที่สึกหรอและช่วยพัฒนาทางด้านร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา
  • กรดอมิโน 17 ชนิด
  • วิตามิน A, C, E, K, และ B คอมเพล็กซ์

2. ช่วยในการกำจัดสารพิษ

สารอาหารที่อยู่ในต้นอ่อนข้าวสาลีช่วยให้ร่างกายกำจัดสารพิษตกค้างและสิ่งแปลกปลอมต่างๆ ในร่างกาย ยกตัวอย่างเช่น คลอโรฟิลล์ช่วยกำจัดสารพิษในร่างกายและช่วยให้ตับทำงานดีขึ้น หลังจากที่ร่างกายไม่มีสารพิษตกค้าง คุณจะเห็นได้เลยว่า ร่างกายทำงานดีขึ้นโดยมีพลังงานเหลือเฟือระหว่างวัน ไม่เหนื่อยง่ายหรืออ่อนเพลีย รวมถึงสุขภาพโดยรวมก็ดีขึ้นอีกด้วย

หากคุณอยากให้ร่างกายอยู่ในสมดุลและเป็นด่างมากกว่ากรด ต้นอ่อนข้าวสาลีสามารถช่วยคุณให้เข้าสู่สภาวะอัลคาไลน์ได้ โดยคุณหมอ Melinda Ratini กล่าวว่า “อาหารที่คุณควรทานเพื่อให้ได้ถึงประโยชน์ในการดีท็อกซ์ คุณควรทานผักและผลไม้เยอะๆ และดื่มน้ำให้เพียงพอ รวมถึงเลือกประเภทอาหารที่ทำให้ร่างกายสมดุลซึ่งต้นอ่อนข้าวสาลีนั้นถือเป็นทางเลือกที่ดีเพื่อช่วยในการดีท็อกซ์”

3. ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญและระบบย่อยอาหาร

ต้นอ่อนข้าวสาลีมีเอนไซม์ที่ร่างกายต้องการอยู่เป็นจำนวนมากที่ช่วยร่างกายในการย่อยอาหารและดูดซึมสารอาหาร ประโยชน์ของต้นอ่อนข้าวสาลีในเรื่องของการดีท็อกซ์คือการช่วยในการทำความสะอาดลำไส้ทำให้ปัญหาเรื่องท้องอืด ท้องเฟ้อลดลง อีกทั้งต้นอ่อนข้าวสาลียังช่วยเรื่องท้องผูกอีกด้วย

นอกจากนี้การดื่มต้นอ่อนข้าวสาลีคั้นสดยังช่วยในการกระตุ้นระบบเผาผลาญและลดน้ำหนัก เพราะมีแคลอรี่ต่ำ ไร้ไขมัน อุดมไปด้วยสารอาหารจึงทำให้ร่างกายไม่รู้สึกหิวบ่อย อีกทั้งยังทำให้ร่างกายมีพลังงานเหลือเฟือที่ใช้ในแต่ละวัน ทำให้คุณรู้สึกสดชื่นและกระปรี้กระเปร่า

ผลและอาการข้างเคียง

คุณสามารถปลูกต้นอ่อนข้าวสาลีเองได้ที่บ้านหรือซื้อจากที่ที่เชื่อถือได้ว่าต้นอ่อนข้าวสาลีนั้นมีคุณภาพ สะอาดและปลอดภัยจากแบคทีเรียและเชื้อรา

หากคุณไม่เคยดื่มต้นอ่อนข้าวสาลี ครั้งแรกที่ลองทานควรเริ่มจากปริมาณน้อยๆ ก่อนและควรเพิ่มปริมาณทีละนิดเพื่อให้ร่างกายได้ปรับตัวและคุ้นชินในการย่อยต้นอ่อนข้าวสาลี หลังจากแน่ใจแล้วว่าไม่มีอาการแพ้หรือผลค้างเคียงอื่นๆ ก็สามารถดื่มตามปริมาณที่แนะนำว่าควรปริโภคต่อวัน

ปริมาณที่ควรบริโภคต้นอ่อนข้าวสาลีเริ่มจาก 1 ถึง 4 ออนซ์หรือประมาณ 2 ชอท หากเป็นในรูปแบบผงก็อยู่ที่ 2-5 กรัมหรือ 1 ช้อนชา หลังจากดื่มต้นอ่อนข้าวสาลีแล้วควรดื่มน้ำเปล่า 1 แก้วเพื่อลดโอกาสที่จะเกิดอาการข้างเคียง

ผลข้างเคียงที่อาจจะเกิด:

  • เวียนหัว
  • คลื่นไส้
  • ท้องเสีย
  • ท้องผูก
  • เป็นไข้

อาการเหล่านี้จะหายไปใน 2 อาทิตย์ หรือหลังจากที่ร่างกายคุ้นชินกับต้นอ่อนข้าวสาลีแล้วนั่นเอง

***ไม่ควรดื่มน้ำต้นอ่อนข้าวสาลีหากคุณกำลังตั้งครรภ์หรือให้นม เนื่องจากอาจเกิดอาการแพ้จากหญ้าหรือวีท อาการแพ้อาจจะเกิดขึ้นอย่างรุนแรงหากคุณมีการแพ้ต่อกลูเตน เป็นโรคเกี่ยวกับเลือดหรือระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง หากไม่แน่ใจควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

การใช้ต้นอ่อนข้าวสาลีในชีวิตประจำวัน

หลายคนอาจจะสงสัยว่าเราจะทานต้นอ่อนข้าวสาลีเวลาไหน ตอนไหน หรือเพิ่มเข้าไปในมื้ออาหารได้อย่างไร จากที่รู้ไปแล้วว่าต้นอ่อนข้าวสาลีนั้นมีพลังมากมายมหาศาล ฉะนั้นห้ามทานเกินปริมาณที่กำหนดและควรจะเริ่มทานทีละน้อยๆ ก่อนเพื่อให้ร่างกายเคยชินเพราะไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้เกิดอาการข้างเคียงได้

วิธีการรับประทานต้นอ่อนข้าวสาลี

Related Posts

Scroll To Top