Exclusing Offer For Thai Residents

Blog

Aug 22 2019

วิตามิน C ดีท็อกซ์และสุขภาพ


Cleanser, Vitamin C

วิตามิน C ดีท็อกซ์และสุขภาพ

หลายคนเชื่อว่าการทำดีท็อกซ์ เพื่อล้างสารพิษที่สะสมอยู่ออกจากร่างกาย จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค ทำให้มีสุขภาพดีขึ้น ผิวพรรณสดใสมากขึ้น รวมถึงน้ำหนักที่ลดลง และหลายคนอาจจะสงสัยว่าการทำดีท็อกซ์นั้นจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพจริงๆ หรือไม่ แล้วการดีท็อกซ์ด้วยวิตามินซีนั้นดีอย่างไร วันนี้ MikaNutra มีคำตอบมาให้ทุกคน

วิตามินซีและผิวพรรณ

โดยปกติแล้วคนส่วนใหญ่นิยมรับประทานวิตามินซีเพื่อป้องกันไข้หวัด แต่ว่าวิตามินซีนั้นยังช่วยเรื่องสุขภาพในด้านอื่นๆ และช่วยเสริมความงามจากภายในได้เช่นกัน หลายคนอาจจะทราบว่าวิตามินซีทำได้มากกว่าแก้หวัด เพราะวิตามินซีมีส่วนช่วยให้ผิวพรรณดูเรียบเนียน ผิวพรรณดูสดใสอ่อนเยาว์และยังช่วยในการล้างสารพิษอีกด้วย

ร่างกายคนเราสร้างวิตามินซีเองไม่ได้ จึงเป็นสาเหตุให้เราต้องรับวิตามินซีจากภายนอกผ่านการกินอาหารหรืออาหารเสริม และหลังจากที่ผู้เชี่ยวชาญได้มีการถกเถียงกันมาหลายปีถึงปริมาณของวิตามินซีที่เราควรได้รับในแต่ละวัน โดยนักโภชนาการกล่าวว่าวิตามินซีแค่ 40-60 มิลลิกรัมต่อวันก็เพียงพอแล้ว เพราะมากกว่านี้ร่างกายก็ขับออกมา เนื่องจากวิตามินซีนั้นเป็นสารที่ละลายน้ำได้ ฉะนั้นส่วนเกินที่เกินกว่าร่างกายจะสามารถดูดซึมได้ก็จะถูกขับออกมาในท้ายที่สุด

หนึ่งในหน้าที่สำคัญของวิตามินซีคือกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวหนัง ซึ่งคอลลาเจนเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวแลดูเต่งตึงไร้ริ้วรอย เนื่องจากอายุที่มากขึ้นและการที่ผิวต้องเผชิญกับรังสี UV มากๆ ทำให้คอลลาเจนตามธรรมชาติในผิวจะถูกทำลายและลดลงเรื่อยๆ ทว่าวิตามินซีเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ และคอลลาเจนที่เกิดขึ้นจากกระบวนการดังกล่าวเป็นประเภทที่ผิวของเราสามารถนำไปใช้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้

ในปัจจุบันวิตามินซีถูกนำมาใช้ในการรักษาสิวอย่างแพร่หลาย เพราะด้วยคุณสมบัติอันหลากหลายจึงทำให้วิตามินซีดูแลผิวได้อย่างครอบคลุม เช่น เพิ่มระดับคอลลาเจน กำจัดอนุมูลอิสระ เร่งการผลัดเซลล์ผิว และช่วยปรับโทนสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ พวกจุดด่างดำและรอยสิวต่างๆที่เหลือร่องรอยไว้บนผิว

วิตามินซีและอนุมูลอิสระ

อย่างที่ทราบกันว่าอนุมูลอิสระในชั้นผิวเกิดขึ้นเมื่อพันธะข้างในตัวของมันขาด จึงทำให้ตัวอนุมูลอิสระเหมือนขาดคู่และจ้องไปเกาะกับโมเลกุลอื่นๆที่อยู่ใกล้ที่สุด และทำให้โมเลกุลนั้นๆกลายเป็นสารอนุมูลอิสระไปด้วยต่อเนื่องเป็นปฎกิริยาลูกโซ่ ซึ่งในที่สุดส่งผลให้ผิวพรรณได้รับความเสียหายและร่วงโรยก่อนวัยอันควร โดยมักจะเกิดขึ้นเมื่อผิวสัมผัสกับรังสี UV มากๆและเผชิญมลพิษหรือความเครียดจากภายใน หากร่างกายได้รับวิตามินซีเป็นประจำ วิตามินซีจะไปยับยั้งไม่ให้อนุมูลอิสระไปเกาะโมเลกุลอื่น ดังนั้นจึงช่วยป้องกันไม่ให้ผิวพรรณได้รับความเสียหาย ซึ่งนอกจากการกินอาหาร ผัก ผลไม้ที่มีวิตามินซีแล้วปัจจุบันยังมีกลุ่มสกินแคร์ที่ใช้วิตามินซีเป็นส่วนผสมสำคัญ ซึ่งทำหน้าที่ปกป้องผิวได้หลายระดับ ช่วยต้านริ้วรอยและเพิ่มความกระจ่างใสได้ดี

หากต้องการจะรับประทานวิตามินซี นอกจากผลไม้อย่างส้มแล้วยังมีผลไม้รสเปรี้ยวอื่นๆที่มีวิตามินซีไม่น้อยเช่นกัน เช่น กีวี สตรอว์เบอร์รี่ หรือผักอย่างพริกแดงและผักชีฝรั่งก็มีวิตามินซีเยอะ จะทานแบบสดๆหรือผ่านความร้อนก็ได้ แต่ควรทานทันทีหลังปรุงสุก ในกรณีที่เป็นหวัดและหากต้องการช่วยเสริมการทำงานของวิตามินซีให้ดีขึ้นให้เสริมอาหารพวกที่มีเห็ดแชมปิญองเพราะมีสรรพคุณต้านไวรัส และกินอาหารเสริมที่มีสังกะสีเพราะมีสรรพคุณช่วยฆ่าเชื้อ โดยทั้งคู่จะช่วยเข้าไปเสริมภูมิต้านทานให้กับร่างกาย

วิตามินซีเป็นส่วนผสมที่เก็บรักษาได้ยาก โดยเฉพาะในผลิตภัณฑ์ความงาม ยิ่งหากอยู่ในสภาวะแวดล้อมหรือสภาพอากาศที่ไม่เหมาะสม วิตามินซีจะเปลี่ยนสภาพจากตัวต้านอนุมูลอิสระเป็นตัวสร้างอนุมูลอิสระเสียเอง แนะนำให้เก็บรักษาผลิตภัณฑ์เพื่อความงามให้ดี หากเนื้อผลิตภัณฑ์เปลี่ยนเป็นสีเหลืองเป็นสัญญาณบอกว่าส่วนผสมวิตามินซีได้กลายสภาพไปแล้ว ดังนั้นควรจะเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีสีขาวหรือสีใสเพื่อให้ง่ายต่อการสังเกต และควรจะดูฉลากว่ามีสารที่ทำหน้าที่เป็น Stabilizer เพื่อช่วยรักษาสรรพคุณของวิตามินซีไว้ด้วยหรือไม่

Superfood วิตามินและการดีท็อกซ์

อาหารประเภท Superfood ถือเป็นอาหารกลุ่มหลักที่ควรทานเพื่อช่วยให้กระบวนการขับสารพิษของร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงวิตามินซีก็จัดอยู่ในกลุ่ม Superfood เช่นกัน

การรับประทานอาหารที่ถูกหลักมีส่วนช่วยให้ร่างกายสมดุลและทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ การทานผักตระกูลกะหล่ำปลี บล็อคโคลี คะน้า กวางตุ้ง ผักกาด ผักจำพวกนี้มีซัลเฟอร์และแอนติออกซิแดนซ์สูงมาก ซึ่งจะช่วยล้างสารพิษออกจากร่างกายและยังช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งอีกด้วย รวมถึงผักที่มีสารแคโรทีนอยด์จะพบได้ในพืชที่มีสีเหลือง สีส้ม สีแดงและสีเขียว ได้แก่ แครอทและพริกหวาน ซึ่งจะเปลี่ยนสภาพเป็นวิตามิน A และยังสามารถช่วยลดอาการเสี่ยงจากโรคหอบหืดอีกด้วย

นอกจากนี้อาหารที่มีโอเมก้า 3 ที่พบได้ในปลาแซลมอน วอลนัท แฟลกซ์ซีด จะช่วยเกี่ยวกับการป้องกันการเกิดโรคในระบบทางเดินหายใจ และบำรุงร่างกายทั่วไป ส่วนอาหารที่มีโฟเลต

หรือกรดโฟลิคจะช่วยต้านมะเร็ง ดังนั้นผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งควรจะรับประทานอาหารที่มีโฟเลตสูงเป็นประจำทุกวัน อาหารที่มีโฟเลตสูงได้แก่ หน่อไม้ฝรั่ง บีทรูท สับปะรด มะละกอ ลูกเดือย ผักโขม อโวคาโด ถั่วต่างๆ เป็นต้น

อย่างที่รู้ๆ กันว่ากระเทียมเป็นสุดยอดของเครื่องเทศที่ช่วยในการลดอาการอักเสบและรักษาโรคต่างๆ อีกทั้งยังช่วยลดอาการของโรคหอบหืดอีกด้วย นอกจากนี้กระเทียมยังมีแอนติออกซิแดนซ์สูง การรับประทานกระเทียมจะช่วยทำให้ปอดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง

รวมถึงอาหารที่มีวิตามิน C จะช่วยให้ร่างกายผลิตออกซิเจนไปใช้ในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยวิตามินซีจะพบได้ใน ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว มะนาว เมลอน พริกหวาน กีวี แตงโม เป็นต้น นอกจากผลไม้ที่กล่าวมาแอปเปิ้ลเขียวก็ถือว่ามีวิตามินซีสูง รวมถึงมีกากใยสูง มีแคลอรี่ต่ำกว่าแอปเปิ้ลแดง แอปเปิ้ลยังช่วยทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดดีขึ้นอีกด้วย จากผลการทดลองพบว่า ผู้หญิงที่ทานแอปเปิ้ลทุกวันจะลดน้ำหนักได้ดีกว่าผู้หญิงที่ไม่ได้ทานแอปเปิ้ล รวมถึงพริกหวานสีเหลืองที่อุดมไปด้วยวิตามินซีมากที่สุดในกระบวนพริกหวานสีอื่นๆ อีกทั้งวิตามินซียังช่วยในเรื่องของการลดน้ำหนัก ดีท็อกซ์ ทำให้ระดับพลังงานในร่างกายคงที่ เพิ่มระดับเมตาบอลิซึม และยังเป็นตัวเพิ่มภูมิต้านทานให้กับร่างกายอีกด้วย

จากสรรพคุณข้างต้นจะเห็นได้ว่าวิตามินซีเป็นสารอเนกประสงค์ที่มีคุณสมบัติมากมายและปลอดภัยเพราะมาจากธรรมชาติ วิตามินซีช่วยจัดการกับปัญหาเรื่องผิว ไม่ว่าจะเพราะอายุที่เพิ่มขึ้น รังสี UV ไปจนถึงจุดด่างดำ อีกทั้งวิตามินซียังช่วยลดอาการอับเสบและดีท็อกซ์สารพิษได้อีกด้วย เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งสุดยอดวิตามินเลยก็ว่าได้

Related Posts

9 thoughts on “วิตามิน C ดีท็อกซ์และสุขภาพ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll To Top