Exclusing Offer For Thai Residents

Blog

Jul 01 2019

“เคอร์คิวมิน” ยาวิเศษจากธรรมชาติ


Curcumin

“เคอร์คิวมิน” ยาวิเศษจากธรรมชาติ

เคอร์คูมิน (Curcumin) ชื่อที่หลายคนได้ยินบ่อยๆ หรืออ่านผ่านๆ เพราะกำลังเป็นอาหารเสริมที่คนนิยมทานในตอนนี้ แล้วทราบหรือไม่ว่าเจ้าเคอร์คูมินมันคืออะไร? แล้วทำไมถึงดีต่อสุขภาพ? วันนี้ MikaNutra จะมาเปิดโปงความ (ไม่) ลับของเคอร์คูมินให้ทุกคนรู้กัน

เคอร์คูมินคืออะไร?

เคอร์คูมิน (Curcumin) เป็นสารประกอบหลักของ “ขมิ้น” หรือที่ฝรั่งเรียกว่า “Turmeric” ขมิ้นเป็นไม้ล้มลุก ปลูกทั่วไปในประเทศแถบเขตร้อน มีเหง้าอยู่ใต้ดิน เนื้อในเหง้ามีสีเหลืองเข้มหรือสีเหลืองส้ม มีกลิ่นหอมเฉพาะ นิยมใช้เป็นเครื่องเทศสำหรับแต่งรสและสีผสมอาหาร ใช้ทั้งรูปแบบผงและแบบเหง้า

คอร์คูมินในขมิ้นเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในการระงับความปวด บรรเทาอาการอักเสบ ป้องกันการเกิดตับเป็นพิษ และช่วยในการรักษาโรคมะเร็ง สามารถใช้แทนยาแก้ปวดได้หากอาการปวดนั้นไม่ร้ายแรง หมอจีนนิยมใช้เคอร์คูมินเพื่อเปิดช่องลมให้เลือดเดินดีขึ้นเพื่อลดอาการบวม

จากงานวิจัยพบว่าเคอร์คูมินช่วยบรรเทาอาการปวดไหล่ได้ดีมาก หากมีอาการปวดตั้งแต่เอวขึ้นไปเคอร์คูมินจะทำงานดีเป็นพิเศษเพื่อช่วยลดอาการปวด อย่างไรก็ตามการใช้เคอร์คูมินเพื่อบรรเทาอาการปวดไม่ได้จำกัดแค่เฉพาะช่วงลำตัวและส่วนบนของร่างกายเท่านั้น เพราะเคอร์คูมินก็ช่วยบรรเทาอาการปวดเอวและปวดหลังได้ดีพอๆ กัน จากการทดลองทางชีวเคมีพบว่าเคอร์คูมินเป็นสารที่ช่วยลดอาการอักเสบ ลดอาการปวดและลดอาการเป็นลิ่มเลือด

เคอร์คูมินนั้นถือเป็นสมุนไพรที่ปลอดภัยในการรับประทาน ซึ่งในครัวไทยก็มีขมิ้นเป็นส่วนประกอบในเครื่องแกงมากมายหลายชนิด แม้กระทั่งเมนูปลาก็ยังมีปลาทอดขมิ้นเลย เคอร์คูมินเป็นอาหารเสริมที่ทำมาเพื่อให้ร่างกายดูดซึมง่ายเมื่อเทียบกับขมิ้นสดซึ่งยากต่อการดูดซึมเพราะมีสารพิเพอรีน (Peperine) แอลคาลอยด์ที่พบในพริกไทย

*งานวิจัยเกี่ยวกับเคอร์คูมินและพิเพอรีนที่ทดลองในมนุษย์

เคอร์คิวมินอยด์ : เคอร์คูมิน : ขมิ้น ต่างกันอย่างไร?

ขมิ้นเป็นพืชที่อุดมไปด้วยสารเคอร์คูมินและเคอร์คิวมินอยด์ เคอร์คิวมินอยด์ (Curcuminoid) คือสารที่ให้สีเหลือง ส่วนเคอร์คูมิน (Curcumin) เป็นสารหลักที่อยู่ในขมิ้น ซึ่งหลายคนคงงงว่ามันต่างกันยังไง เอาเป็นว่าชื่อต่างกัน ความหมายก็ต่างกัน แต่สารทั้งสองอย่างนั้นมาจากที่เดียวนั่นก็คือขมิ้นนั่นเอง

ในเหง้าของขมิ้นจะมีเคอร์คิวมินอยู่ประมาณ 2-5% แปลว่าหากกินขมิ้นสดจะต้องทานเป็นจำนวนมากเพื่อให้ได้ปริมาณเคอร์คิวมินที่จะส่งผลดีและเปลี่ยนแปลงสุขภาพของคุณ อย่างไรก็ตามการดูดซึมเคอร์คิวมินจากเหง้าสดของขมิ้นให้เข้าสู่ระบบในร่างกายนั้นเป็นเรื่องยาก จากทานสารสกัดเคอร์คิวมินจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด

เคอร์คิวมินได้รับความสนใจและมีการค้นคว้าวิจัยเป็นครั้งแรกในปี 1815 และหลังจากนั้นก็เว้นช่วงไปเป็นร้อยปีจนในปี 1910 หลังจากนั้นงานวิจัยเกี่ยวกับเคอร์คิวมินก็เผยแพร่ไปทั่วโลกทั้งคุณสมบัติทางยา ประโยชน์ทางโภชนาการและอื่นๆ อีกมากมาย

ทั้งนี้คุณสมบัติอันน่าอัศจรรย์ของเคอร์คิวมินได้นำไปใช้ในครัวเรือนเพื่อบรรเทาอาการจุกเสียดแน่นเฟ้อ รักษาอาการอักเสบ รวมถึงมีงานวิจัยเกี่ยวกับการรักษามะเร็ง น้ำตาลในเลือด อาการซึมเศร้ารวมถึงช่วยรักษาโรคอัลไซเมอร์อย่างช้าๆ ได้อีกด้วย

ประโยชน์ของเคอร์คูมิน

จากที่กล่าวไปข้างต้นแล้วว่าเคอร์คิวมินเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในการระงับความปวด บรรเทาอาการอักเสบ และช่วยในการรักษาโรคมะเร็ง เคอร์คิวมินยังมีฤทธิ์และสรรพคุณทางยาที่น่าสนใจนั่นก็คือสามารถเป็นยาใช้รักษาภายนอกและภายใน ตั้งแต่เป็นยาแก้อักเสบ ยารักษาแผลในกระเพาะอาหาร ยาช่วยในการเจริญอาหาร จนถึงเป็นยาแก้โรคผิวหนัง อีกทั้งยังมีงานวิจัยที่พบว่าเคอร์คิวมินมีฤทธิ์ต้านการเกิดมะเร็งผิวหนังอีกด้วย

ในปัจจุบันมีการแปรรูปขมิ้นออกมาหลายรูปแบบเพื่ออำนวยความสะดวกต่อผู้บริโภค ซึ่งผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อได้ทั้งในรูปของเหง้าสด แบบผง แคปซูล สารสกัดเข้มข้น ชา ครีมหรือน้ำมันเพื่อใช้ทาภายนอก ซึ่งวิธีการแปรรูปนั้นขึ้นอยู่กับการใช้งานและความต้องการของผู้ใช้นั่นเอง

สรรพคุณทางยาเพื่อใช้ภายใน:

  • แก้อาการอักเสบ ฆ่าเชื้อ
  • รักษาแผลในกระเพาะอาหาร
  • ช่วยให้เจริญอาหาร
  • ลดอาการจุกเสียด แน่น เฟ้อ
  • ช่วยบำรุงธาตุให้สมดุล
  • ลดอาการปวดประจำเดือนและประจำเดือนมาไม่ปกติ 
  • แก้หวัด ลดไข้ 
  • ขับปัสสาวะ 
  • ลดการเป็นลิ่มเลือด
  • รักษามะเร็ง

สรรพคุณทางยาเพื่อใช้ภายนอก:

  • รักษาแแผล
  • ลดอาการบวมช้ำและปวดบวม
  • ลดอาการแพ้และอาการอักเสบจากแมลงสัตว์กัดต่อย
  • บรรเทาอาการปวด ทั้งปวดไหล่ แขน ข้อและบริเวณอื่นๆ  
  • ช่วยในการสมานแผล
  • ผสมยานวดคลายเส้นแก้เคล็ดขัดยอก
  • แก้โรคผิวหนังผื่นคันและกลากเกลื้อน
  • ช่วยห้ามเลือด
  • รักษาและบำรุงผิวพรรณ

สูตรง่ายๆ รักษาสิว แก้ท้องอืดและลดอาการอักเสบ

จากที่รู้กันดีว่าขมิ้นมีคุณสมบัติในการลดการอักเสบและฆ่าเชื้อ ขมิ้นจึงเป็นสมุนไพรใกล้ตัวที่ใครๆ ก็สามารถนำมาใช้ได้ ทั้งหาง่ายแถมยังราคาไม่แพง ตอนเด็กๆ หลายคนคงโดนแม่จับพอกขมิ้นขัดตัวกันบ้าง บางทีก็ตัวเหลืองเดินไปโรงเรียนก็มี วันนี้ Mikanutra จะมาแชร์สูตรง่ายๆ ในการรักษาสิว แก้ท้องอืดและลดอาการอักเสบ

สูตรขมิ้นรักษาสิว

ส่วนผสมก็ไม่มีอะไรมาก สามารถไปหาซื้อได้ที่ตลาดแถวบ้าน สูตรนี้สามารถแก้สิวอักเสบ สิวผด และสิวอื่นๆ ได้หมด ช่วยทำให้หัวสิวแห้งและยุบเร็วขึ้น อีกทั้งยังช่วยเรื่องรอยดำและรอยสิวได้อีก

ส่วนผสม

  • ขมิ้น ½ ช้อนชา
  • น้ำมะขามเปียก ½ ช้อนชา
  • น้ำผึ้ง ½ ช้อนชา

**หากข้นเกินไปสามารถเติมน้ำมะขามเปียกและน้ำผึ้งเพิ่มได้**

วิธีใช้ นำส่วนผสมมาคนให้เข้ากันจากนั้นนำมาแต้มบริเวณที่เป็นสิวหรือพอกทั่วทั้งไปหน้าประมาณ 20 นาทีแล้วล้างออกให้สะอาด สามารถทำได้บ่อยเท่าที่ต้องการ เนื่องจากน้ำมะขามเปียกมีฤทธิ์เป็นกรดแต่ไม่แรงเท่าน้ำมะนาว ไม่ทำให้ระคายเคืองผิวเท่ากับมะนาว จึงสามารถใช้ได้บ่อยตามที่ต้องการ

สูตรขมิ้นแก้ท้องอืดและลดอาการอักเสบ

อาการท้องอืดคือการที่ระบบย่อยอาหารมีลมหรือแก๊สเยอะเกินไปจนทำให้รู้สึกแน่นท้อง แก๊สนั่นเกิดขึ้นจากการรับประทานอาหาร ดื่มน้ำหรือพูดคุย โดยที่เราจะกลืนอากาศเข้าไปด้วย ซึ่งร่างกายสามารถขับออกได้ด้วยการเรอหรือการผายลม แต่หากเรากลืนอากาศเข้าไปมากกว่าปกติ จะทำให้ลมเข้าท้องจำนวนมาก อาจทำให้เกิดอาการท้องอืดและมีอาการสะอึกร่วมด้วย

หากไม่อยากให้เกิดอาการแน่นท้อง ควรหลีกเหลี่ยงพฤติกรรมการนอนหลังรับประทานอาหารเพราะการเอนตัวนอนทันทีนั้น จะทำให้กรดไหลย้อนขึ้นได้ง่าย เป็นผลทำให้เกิดอาการจุกเสียด แน่นท้องและท้องอืดได้ อีกทั้งความเครียดจะกระตุ้นให้กระเพาะมีการหลั่งกรดมากกว่าปกติ และทำให้ระบบการย่อยอาหารทำงานผิดปกติไป เช่น ดูดซึมอาหารได้น้อยลง ปริมาณเลือดและออกซิเจนเข้าไปหล่อเลี้ยงกระเพาะต่ำลง จึงทำให้เกิดอาการท้องอืด 

อาการอักเสบคืออาการที่ร่างกายตอบสนองกับความเครียดไม่ว่าจะมาจากอาหารที่คุณทาน ไลฟ์สไตล์ หรืออาการบาดเจ็บ การอักเสบนั่นจะอยู่ในรูปแบบของการเป็นไข้ เจ็บปวดตามร่างกาย ปวดบวมเป็นส่วนมาก และนั่นคือข้อความจากร่างกายที่พยายามบอกคุณว่าเขากำลังจะทำให้ร่างกายกลับมาดีเหมือนเดิม ช่วยทำให้เขาทำงานหนักน้อยลงได้ไหม

นอกจากนี้สาเหตุของอาการอักเสบยังมาจากน้ำตาล อาหารแปรรูป ไขมันสังเคราะห์ กลูเตน และเนื้อสัตว์คุณภาพต่ำ รวมถึง

  • การอดนอน
  • ไม่ออกกำลังกาย
  • ขาดโอเมก้า 3 แต่มีโอเมก้า 6 เยอะเกินไป
  • เครียดสะสม
  • ขาดแบคทีเรียที่ดีในลำไส้
  • แพ้อาหาร
  • มลพิษทางธรรมชาติ

วันนี้ MikaMutra จึงจะมาแชร์สูตรลดอาการอักเสบด้วยอาหารแบบง่ายๆ ทำเองได้ไม่ยาก เป็นสูตรน้ำปั่นขมิ้นที่ทานไม่ยากไม่เผ็ดร้อนจนเกินไป แต่แก้อาการท้องอืดและลดอาการอักเสบได้ดีทีเดียว

ส่วนผสม

  • น้ำมะพร้าว 2 ถ้วยตวง
  • ขมิ้นสดบดละเอียด 2 ช้อนชา หรือ ขมิ้นผง ½ ช้อนชา
  • ขิงสดบดละเอียด 2 ช้อนชา
  • ส้มหรือมะนาว 1 ลูก
  • แครอท ½ ลูก
  • น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา
  • น้ำแข็งนิดหน่อย

วิธีทำ

นำส่วนผสมทั้งหมดใส่ลงในเครื่องปั่นจนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน

Related Posts

Scroll To Top