Exclusing Offer For Thai Residents

Blog

Feb 13 2020

“สารสกัดจากเปลือกสน” สุดยอดสารชะลอวัย


Menopause, สารสกัดเปลือกสน (Pine Bark Extract), เปลือกสน (Pine Bark)

“สารสกัดจากเปลือกสน” สุดยอดสารชะลอวัย

Pine Bark Extract หรือสารสกัดจากเปลือกสนมาริไทม์ (Maritime pine tree; Pinas pinaster) ได้มาจากต้นสนที่ปลูกได้ในตอนใต้ของฝรั่งเศส, สเปน, อิตาลี, โปรตุเกสและโมรอคโค ส่วนเปลือกของต้นสนมาริไทม์มีฤทธิ์ทางชีวภาพมากกว่าเปลือกสนชนิดอื่นๆ เช่น เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ, เป็นสารชะลอความแก่ และมีฤทธิ์ทางยาอื่นๆอีกมากมาย สารสกัดจากเปลือกสนได้รับ การจดทะเบียนการค้าในชื่อ Pycnogenol และได้ขึ้นทะเบียนเป็นสารสกัดสำหรับใช้ในอาหารเสริมในสหรัฐอเมริกา 

สารที่สกัดได้จากเปลือกสนประมาณ 65-75% เป็นสาร Procyanidins-catechin และ Epicatechin ที่มีหลากหลายความยาวสายโซ่ในโครงสร้างเคมี ส่วนสารสำคัญรองมาจะเป็นกลุ่มของ Polyphenol, Phenolic และ Hydroxycinamic ซึ่งสารสำคัญเหล่านี้ในเปลือกสนได้รับการนำไปวิจัยมากมาย และมีผลการวิจัยที่ยืนยันว่าสารสกัดเปลือกสนให้ประโยชน์ต่อสุขภาพ

ประโยชน์ของสารสกัดจากเปลือกสน

1. เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Anti-oxidant)

อนุมูลอิสระ (free-radicle) เป็นโมเลกุลหรืออะตอมที่ร่างกายสังเคราะห์ขึ้นเองธรรมชาติ เป็นภาวะที่โมเลกุลเหล่านั้นขาดความเสถียร และจะเข้าไปแย่งจับกับเซลล์ในร่างกาย ทำให้เซลล์เกิดความเสียหาย และส่งผลกระทบต่อร่างกาย เช่น เกิดโรคหัวใจ, มะเร็งหรือผิวหย่อนคล้อย เป็นต้น สารต้านอนุมูลอิสระนี้จะเข้าไปลดการสร้างอนุมูลอิสระในร่างกายและลดอันตรายที่เกิดจากอนุมูลอิสระ สารสกัดเปลือกสนได้รับการวิจัยว่ามีฤทธิ์เป็นสารอนุมูลอิสระที่ดีชนิดหนึ่ง ในการวิจัยเมื่อปี 2006 พบว่าเมื่อให้เด็กทานสารสกัดเปลือกสนเป็นเวลา 1 เดือนต่อเนื่อง เด็กกลุ่มนี้มีปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระมากขึ้นและยังให้ผลดีกับเด็กกลุ่มที่เป็นโรคสมาธิสั้นด้วย (ADHD)

สารต้านอนุมูลอิสระยังมีส่วนช่วยให้สุขภาพผิวดีขึ้นด้วย งานวิจัยพบว่าเมื่อให้ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนทานสารสกัดเปลือกสนเป็นเวลา 12 สัปดาห์พบว่าผิวมีความชุ่มชื้นมากขึ้น และผิวนุ่มยืดหยุ่นดีขึ้น ซึ่งเกิดการที่สารสกัดเปลือกสนไปช่วยเสริมการสังเคราะห์ Hyaluronic acid ที่มีหน้าที่อุ้มน้ำภายใต้ชั้นผนังและเสริมการสังเคราะห์คอลลาเจนที่ทำหน้าที่เพิ่มความเต่งตึง, ยืดหยุ่นของผิวสารสกัดเปลือกสนจึงเป็นที่แนะนำสำหรับผู้ที่ผิวแห้งและผู้ที่มีปัญหาด้านผิวแก่ก่อนวัย การวิจัยบางชิ้นยังพบว่าสารสกัดเปลือกสนยังช่วยป้องกันผิวที่ถูกทำร้ายด้วยแสงยูวีและลดความไวต่อการเกิดเม็ดสีด้วย

2. ช่วยรักษาอาการเบาหวาน

สารสกัดเปลือกสนช่วยลดภาวะ Hypoglycemic หรือภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ซึ่งเป็นภาวะที่มักเกิดกับผู้ป่วยโรคเบาหวาน เกิดเมื่อมีอินซูลินในเลือดมากเกินไป โดยสารสกัดเปลือกสนจะเข้าไปช่วยปรับระบบย่อยของคาร์โบไฮเดรตในร่างกาย และยังไปยับยั้งสาร α-glucosidase ซึ่งทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดหลังรับประทานอาหารต่ำลงได้ และสารสกัดเปลือกสนยังไปกระตุ้นสัญญาณการจับของกลูโคสกับเซลล์ที่ไวต่ออินซูลินด้วย ซึ่งทำให้การกลูโคสเข้าสู่เซลล์ได้ดีขึ้น ดังนั้นสารสกัดจากเปลือกสนจึงช่วยรักษาอาการของโรคเบาหวานและลดปริมาณน้ำตาลกลูโคสในเลือดได้ และยังรักษาแผลที่เท้าจากเบาหวานได้ด้วย เนื่องจากสารสกัดเปลือกสนจะลดการอักเสบของหลอดหลือดบริเวณปลายเท้า

3. ลดความดันโลหิตสูง

สารสกัดเปลือกสนจะช่วยลดระดับสาร endothelin ซึ่งเป็นสารที่ทำให้กล้ามเนื้อเรียบในผนังของหลอดเลือดหดตัว จึงทำให้หลอดเลือดตีบตัว และความดันโลหิตสูงขึ้น ซึ่งการวิจัยนี้ได้ศึกษาทั้งในอาสาสมัครที่สุขภาพดีและผู้ที่ป่วยมีภาวะความดันโลหิตสูง โดยการให้ทานสารสกัดเปลือกสน 180 และ 100 มิลลิกรัมตามลำดับ เป็นเวลา 2 สัปดาห์ พบการใช้สารสกัดเปลือกสนจะลดภาวะความดันโลหิตสูงได้ทั้งในผู้ที่สุขภาพดีและมีภาวะความดันโลหิตสูง

4. ต้านการอักเสบและเสริมการตอบสนองระบบภูมิคุ้มกัน (Immunomodulatory property)

สารสกัดเปลือกสนช่วยบรรเทาอาการภูมิคุ้มกันผิดปกติและการเกิดอาการอักเสบ เพระสารสกัดเปลือกสนช่วยยับยั้งการหลั่งของสารที่ก่อให้เกิดอักเสบ (inflammatory mediators) เช่น Prostaglandins และ Nitric oxide ซึ่งหากหลั่งมาเกินไปจะทำให้มีการทำลายเนื้อเยื่อต่างๆ และยังพบว่าสารสกัดเปลือกสนช่วยยับยั้งสารภูมิคุ้มกันที่กระตุ้นในการเกิดหลั่งของสาร Histamine ซึ่งเป็นสารเคมีที่หลั่งออกมาเมื่อร่างกายถูกกระตุ้นด้วยสารก่อภูมิแพ้ ซึ่งอาจทำให้มีอาการคล้ายอาการแพ้ เช่น คัดจมูก,  น้ำมูกไหล หรือผื่นขึ้น เป็นต้น สารสกัดเปลือกสนจึงช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้นและการอักเสบลดน้อยลง

ข้อควรระวัง

สารสกัดเปลือกสนเป็นสารสกัดที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคเป็นส่วนใหญ่ แต่เพื่อความมั่นใจเราอาจทดลองใช้สารสกัดเปลือกสนในปริมาณน้อยๆก่อน หากผู้ใดที่มีอาการแพ้จะเกิดอาการวิงเวียน, เหนื่อยล้า, คลื่นไส้, ปวดหัว, ง่วงนอน เป็นแผลในปาก, น้ำตาลในเลือดต่ำหรือระคายเคืองบริเวณผิวหนัง

ไม่แนะนำให้สตรีที่กำลังตั้งครรภ์ทานเพราะงานวิจัยกล่าวว่าสารสกัดเปลือกสนปลอดภัยในอายุครรภ์ที่มาก แต่อย่างไรก็ตามควรระมัดระวังหรือหลีกเลี่ยงการใช้ และผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน เช่น โรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเองและโรครูมาตอยด์ อาจต้องหลีกเลี่ยงเพราะสารสกัดเปลือกสนทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานมากขึ้น

อ้างอิง

Marini, A., Grether-Beck, S., Jaenicke, T., Weber, M., Burki, C., & Formann, P. et al. (2012). Pycnogenol® Effects on Skin Elasticity and Hydration Coincide with Increased Gene Expressions of Collagen Type I and Hyaluronic Acid Synthase in Women. Skin Pharmacology And Physiology, 25(2), 86-92.

Kim, Y. M., Jeong, Y. K., Wang, M. H., Lee, W. Y., & Rhee, H. I. (2005). Inhibitory effect of pine extract on alpha-glucosidase activity and postprandial hyperglycemia. Nutrition, 21(6), 756–761.

Mármol, I., Quero, J., Jiménez-Moreno, N., Rodríguez-Yoldi, M., & Ancín-Azpilicueta, C. (2019). A systematic review of the potential uses of pine bark in food industry and health care. Trends In Food Science & Technology, 88, 558-566.

Trebatická, J., Kopasová, S., Hradečná, Z., Činovský, K., Škodáček, I., & Šuba, J. et al. (2006). Treatment of ADHD with French maritime pine bark extract, Pycnogenol®. European Child & Adolescent Psychiatry, 15(6), 329-335. doi: 10.1007/s00787-006-0538-3

Related Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll To Top