Exclusing Offer For Thai Residents

Blog

May 21 2020

8 สุดยอดความดีงามของ “สารสกัดเมล็ดองุ่น”


Menopause, องุ่น (Grape Extract)

8 สุดยอดความดีงามของ “สารสกัดเมล็ดองุ่น”

สารสกัดเมล็ดองุ่น (Grape Seed Extract) คงไม่ใช่คนแปลกหน้าของสาวๆ ทั้งหลายแน่นอนเพราะคุณสมบัติที่ช่วยในการบำรุงผิวและชะลอการเกิดริ้วรอยต้องทำให้สาวๆ ตาวาวอยากจะรู้ว่ามีดีเรื่องอื่นอีกไหม แน่นอน สารสกัดเมล็ดองุ่นนิยมนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์เสริมความงามเป็นส่วนมาก แต่ก็มีอีกไม่น้อยที่อยู่ในรูปของอาหารเสริมและรูปอื่นๆ เช่น น้ำมันเมล็ดองุ่นที่ใช้ทำอาหาร ซึ่งลองคิดดูว่า ไวน์ที่ทำมาจากองุ่นมีประโยชน์มากๆ หากไม่ดื่มเยอะจนเกินไป เพราะขนาดดาราฮอลลีวูดบางคนยังบอกเลยว่าไวน์จากองุ่นทำให้ผิวเธอสวยและอ่อนเยาว์โดยไม่ต้องพึ่งมีดหมอ วันนี้ MikaNutra จะมาเปิดเผยคุณสมบัติดีๆ ของสารสกัดเมล็ดองุ่นให้ทุกคนรู้แบบเจาะลึกกันค่ะ

ทำความรู้จักสารสกัดเมล็ดองุ่นคืออะไร

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักสารสกัดเมล็ดองุ่นกันก่อนว่าคืออะไรมาจากไหนก่อนจะไปพูดเรื่องคุณประโยชน์มหาศาลของมัน สารสกัดเมล็ดองุ่นได้มาจากการนำเมล็ดองุ่นไปอบแห้งและบดให้ละเอียดเพื่อเอาความขมของเมล็ดออกไป สารสกัดเมล็ดองุ่นมีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ สามารถช่วยปกป้องเซลล์ผิวจากรังสียูวีและช่วยต้านการสลายของคอลลาเจนและอิลาสตินในชั้นผิวหนัง จึงทำให้ผิวนุ่มและอ่อนเยาว์อยู่เสมอ

นอกจากนี้สารสกัดเมล็ดองุ่นยังเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นแหล่งที่มาของProanthocyanidins เป็นสารที่พบได้ในผักผลไม้เปลือกแข็ง เมล็ด, ดอกและเปลือก เป็นสารไฟโตเคมีคอล ซึ่งประกอบด้วยสารกลุ่ม Oligomeric proanthocyanidic หรือเรียกง่ายๆ ว่า “OPC” เป็นสารที่อยู่ในกลุ่มของไบโอฟลาโวนอยด์ มีคุณสมบัติละลายน้ำได้ดี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถปกป้องเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกายจากการถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระ รวมถึงมีประสิทธิภาพในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าวิตามินซีถึง 20 เท่า และมากกว่าวิตามินอีถึง 50 เท่า รวมถึงสารต้านอนุมูล β-carotene ด้วย ทั้งนี้ยังป้องกันการออกซิเดชั่นของไขมันในร่างกายและป้องกัน DNA ในตับและสมองจากการถูกทำลาย

OPC มีประโยชน์หลากหลายทั้งต้านไวรัส ต้านอักเสบ ต้านมะเร็ง ลดอาการภูมิแพ้และประโยชน์ต่อสุขภาพอื่นๆ ที่เราจะกล่าวถึงในหัวข้อถัดไป ในปัจจุบัน OPC จากสารสกัดเมล็ดองุ่นได้รับความนิยมมากกว่า OPC ที่สกัดจากเปลือกสนถึง 400 เท่า เนื่องจากมีราคาถูกกว่าและหาง่ายกว่า

ประโยชน์ 8 อย่างของสารสกัดเมล็ดองุ่น

ช่วยลดความดันเลือด

จากงานวิจัยหลายชิ้นที่ทำการทดลองเกี่ยวกับผลลัพธ์ของการใช้สารสกัดเมล็ดองุ่นต่อผู้ที่มีความดันเลือดสูง จากงานวิจัย 16 ชิ้นที่ทดลองในคน 810 คนที่มีความดันเลือดสูงหรือผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะมีภาวะความดัยเลือดสูงได้รับประทานสารสกัดเมล็ดองุ่นในปริมาณ 100-2000 มิลลิกรัมต่อวันเป็นเวลาต่อเนื่องทุกวัน ผลปรากฎว่าสารสกัดเมล็ดองุ่นสามารถช่วยลดระดับของ Systolic blood pressure (SBP) ซึ่งเป็นความดันของเลือดสูงสุดขณะหัวใจห้องล่างบีบตัว และ Diastolic blood pressure (DBP) ซึ่งเป็นความดันเลือดที่ต่ำสุดขณะหัวใจห้องล่างคลายตัวโดยระดับที่ลดลงโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 6.08 mmHg และ 2.8 mmhg

ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 50 ปีและมีภาวะโรคอ้วนหรือมีความบกพร่องของระบบเผาผลาญมีพัฒนาการที่ดีหลังจากรับประทานสารสกัดเมล็ดองุ่น ผลลัพธ์ที่ออกมานั้นมาจากการรับประทานสารสกัดเมล็ดองุ่นทุกวัน วันละ 100-800 มิลลิกรัมเป็นเวลา 8-16 สัปดาห์ซึ่งผลลัพธ์จะดีกว่าการทานครั้งละ 800 มิลลิกรัมหรือมากกว่านั้น

ยังมีการทดลองอีกอันที่ได้ทดลองในคนที่มีความดันสูง 29 คน พบว่าการรับประทานสารสกัดเมล็ดองุ่นทุกวัน วันละ 300 มิลลิกรัมช่วยลดระดับความดันข้างบน 5.6% และข้างล่าง4.7% ในระยะเวลา 6 สัปดาห์

ช่วยให้การหมุนเวียนเลือดดีขึ้น

จากงานวิจัยพบว่าสารสกัดเมล็ดองุ่นสามารถช่วยให้การไหวเวียนโลหิตดีขึ้น ในงานทดลองที่มีระยะเวลา 8 สัปดาห์ในผู้หญิงวัยทองจำนวน 17 คนรับประทานสารสกัดเมล็ดองุ่น 400 มิลลิกรัมช่วยลดความเสี่ยงต่อการมีลิ่มเลือดได้ อีกงานวิจัยได้ทดลองในผู้หญิงสาวที่มีสุขภาพดี 8 คนนั่งเป็นเวลา 6 ชั่วโมงและให้รับประทานสารสกัดเมล็ดองุ่น 400 มิลลิกรัม โดยผลปรากฎว่ามีการบวมที่ขาและอาการบวมน้ำลดลงถึง 70% โดยเปรียบกับคนที่ไม่ได้ทานสารสกัดเมล็ดองุ่น ในงานทดลองเดียวกันกลุ่มผู้หญิง 8 คนที่มีสุขภาพดีและได้รับประทานสารสกัดเมล็ดองุ่นวันละ 133 มิลลิกรัมเป็นเวลา 14 วัน หลังจากนั่งเป็นเวลา 6 ชั่วโมงพบว่าขาบวมลดลง 40%

ช่วยเซลล์ถูกทำลายลดลงจากภาวะเครียดออกซิเดชัน

ภาวะเครียดออกซิเดชัน (Oxidative Stress) คือภาวะที่มีอนุมูลอิสระมากจนสารต้านอนุมูลอิสระมีไม่เพียงพอ จึงส่งผลให้เกิดการทำลายชีวโมเลกุลได้ การที่ร่างกายมีคอเลสเตอรอล LDL (ชนิดไม่ดี) มากเกินไปก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคร้ายแรงหลายอย่างโดยเฉพาะโรคหัวใจ ปฏิกิริยาออกซิเดชันของคอเลสเตอรอล LDL เป็นการเพิ่มความเสี่ยงที่รุนแรงของภาวะหลอดเลือดแข็ง (Atherosclerosis) หรือการที่ไขมันสะสมที่หลอดเลือดแดง

สารสกัดเมล็ดองุ่นสามารถช่วยในการลดการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันของคอเลสเตอรอล LDL ได้จากการทดลองในสัตว์ที่ทานอาหารไขมันสูง ในการทดลองบางชิ้นที่ทดลองในมนุษย์ก็ได้ผลลัพธ์เหมือนกัน

เมื่อคนสุขภาพดี 8 คนรับประทานมื้ออาหารที่มีไขมันสูงหลังจากนั้นรับประทานสารสกัดเมล็ดองุ่น 300 มิลลิกรัมสามารถหยุดยั้งกระบวนการออกซิเดชันในเลือดได้เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้ทานสารสกัดเมล็ดองุ่นและมีระดับออกซิเดชันสูงขึ้น 150%

ในอีกการทดลองที่ได้ทดลองในคน 61 คนพบว่ามีการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันของคอเลสเตอรอล LDL ลดลง 13.9% หลังจากรับประทานสารสกัดเมล็ดองุ่น 400 มิลลิกรัมและอีกงานทดลองที่ทำในผู้ป่วยโรคหัวจที่ต้องได้รับการผ่าตัด ก่อนการผ่าตัดได้ทดลองให้ทานสารสกัดเมล็ดองุ่น 400 มิลลิกรัมพบว่าสามารถช่วยปกป้องหัวใจไม่ให้ถูกทำลายเพิ่มเติมได้

ช่วยเพิ่มระดับคอลลาเจนและความแข็งแรงของกระดูก

สารสกัดเมล็ดองุ่นนั้นอุดมไปด้วยฟลาโวนอยด์ การรับประทานอาหารกลุ่ม ฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) สามารถช่วยให้ระดับคอลลาเจนสูงขึ้นรวมถึงกระดูกแข็งแรงขึ้น ในการทดลองในสัตว์พบว่าการรับประทานสารสกัดเมล็ดองุ่นสามารถช่วยให้สัตว์ที่มีระดับแคลเซียมไม่ว่าจะสูง กลางหรือต่ำมีมวลกระดูกเพิ่มขึ้นได้

ในผู้ป่วยที่มีอาการข้ออักเสบนั้นมีอาการอักเสบเรื้อรังและทำให้กระดูกและข้อต่อผิดรูปร่างไป การทดลองในสัตว์พบว่า สารสกัดเมล็ดองุ่นหยุดอาการอักเสบของโรคข้อเสื่อมได้

ช่วยบำรุงสมองเพราะสมองแก่ตัวลงทุกวัน

สารสกัดเมล็ดองุ่นมีสารกลุ่ม Flavonoid ประกอบอยู่จำนวนมาก และสารกลุ่มนี้มีผลช่วยชะลออาการเริ่มต้นของโรคอัลไซเมอร์ได้ ซึ่งสมบัติในการบำรุงสมองนั้นสามารถยืนยันได้โดยงานวิจัยที่ทดลองให้หนูทดลองที่มีอาการของโรคอัลไซเมอร์ทดลองทานสารสกัดเมล็ดองุ่นปริมาณ 200 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน เป็นเวลา 5 เดือน และพบว่าปริมาณสารที่มีผลต่อการพัฒนาของโรคอัลไซเมอร์ลดลง นอกจากนี้ยังพบว่า สารสกัดเมล็ดองุ่นช่วยชะลออาการหลงๆ ลืม ช่วยเพิ่มการทำงานของสมองและเพิ่มระดับสารต้านอนุมูลอิสระในสมองได้อีกด้วย

นักวิจัยจากประเทศอิตาลีได้ทดลองให้คนชราสุขภาพดีจำนวน 111 คน โดยทดลองให้ทานสารสกัดเมล็ดองุ่นปริมาณ 150 มิลลิกรัมทุกวัน และอีกกลุ่มทานยาหลอก (Placebo) เป็นเวลา 12 อาทิตย์ พบว่าผู้ที่เข้าร่วมทดลองมีสมาธิมากขึ้น และช่วยลดอาการหลงๆลืมๆได้

ลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง

ต้นเหตุที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งเป็นสิ่งที่ซับซ้อนเอาง่ายๆ ก็คือ DNA บางส่วนถูกทำงานและเป็นบ่อเกิดโรคมะเร็ง ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์แนะนำให้ทานผักและผลไม้เป็นประจำเพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงจากโรคมะเร็ง สารสกัดเมล็ดองุ่นที่เป็นสารสกัดจากผลไม้ ก็เป็นอีกหนึ่งสารสกัดที่มีคุณสมบัติต้านการเกิดเนื้อร้ายหรือมะเร็งได้เช่นกัน เนื่องจากสารสกัดเมล็ดองุ่นมี Olifomeric และ Polymeric Proanthocyanidins ซึ่งสามารถยับยั้งสารต้นกำเนิดเนื้องอกได้ และเมื่อทดลองในเซลล์อวัยวะต่างๆของมนุษย์พบว่าสารสกัดเมล็ดองุ่นสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านม, มะเร็งปอด, มะเร็งกระเพาะอาหาร, มะเร็งตับ, มะเร็งต่อมลูกหมากและมะเร็งตับอ่อนได้

ช่วยสมานแผลและบำรุงผิวพรรณ

ในปี 2012 องค์การอาหารและยาให้ข้อมูลว่าสารสกัดเมล็ดองุ่นถูกนำไปใช้ในสูตรเครื่องสำอางและอาหารเสริมมากถึง 495 สูตร การศึกษาแสดงให้เราเห็นว่าการใช้สารสกัดเมล็ดองุ่นร่วมกับ Vitamin C, Vitamin E, สารสกัดมะเขือเทศ, สารสกัดถั่วเหลือง หรือสารพอลิแซคคาไรด์ของปลา เช่น คอลลาเจน ช่วยให้ผิวแน่นขึ้นและมีโครงสร้างผิวทีดีขึ้น โดยเฉพาะเมื่อทดลองในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน นอกจากนี้การวิจัยในประเทศญี่ปุ่นพบว่า สารสกัดเมล็ดองุ่นยังช่วยป้องกันการเกิดเม็ดสีผิว (เมลานิน) ซึ่งเกิดจากการที่เซลล์ผิวหนังถูกทำลายด้วยแสงแดดได้อีกด้วย และสารสกัดเมล็ดองุ่นยังมีคุณสมบัติป้องกันได้ดีกว่า Vitamin C เนื่องจากสารสกัดเมล็ดองุ่นมีคุณสมบัติปกป้องเซลล์จากการถูกทำลายด้วยแสงแดด

ยังพบว่าสารสกัดเมล็ดองุ่นมีฤทธิ์ช่วยสมานแผล เนื่องจากสารสกัดเมล็ดองุ่นสามารถเพิ่มการผลิตสารที่ช่วยกระตุ้นการสร้างผิวหนัง จึงช่วยให้กระบวนการสร้างผิวหนังหรือการสมานแผลเป็นไปได้ดีและเร็วมากขึ้นในการทดลองในมนุษย์ 35 คนที่เพิ่งได้รับการผ่าตัดเล็กๆ พบว่าผู้ที่ทาครีมจากสารสกัดเมล็ดองุ่นบริเวณแผลผ่าตัดนั้นมีแผลที่หายดีภายใน 8 วันโดยผู้ที่ไม่ได้ทาใช้เวลา 14 วันในการสมานแผล

ทำงานเหมือนยาฆ่าเชื้อ

สารสกัดเมล็ดองุ่นทำหน้าที่เหมือนยาต้านเชื้อราและยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย จากงานวิจัยพบว่าสารสกัดเมล็ดองุ่นสามารถหยุดการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดอาการท้องเสียเช่น Campylobacter และ E. coli โดยแบคทีเรียทั้ง 2 ชนิดนั้นก่อให้เกิดอาหารเป็นพิษและท้องเสีย การทดลองในห้องทดลองพบว่าสารสกัดเมล็ดองุ่นสามารถหยุดการดื้อยาของแบคทีเรียสเตร็ปโตคอคคัส (Staphylococcus aureus)

เชื้อราแคนดิดา (Candida) เป็นยีสต์ที่อยู่ในกลุ่มเชื้อราที่พบได้ที่ทั่วโลกรวมทั้งในร่างกาย เมื่อร่างกายปกติแข็งแรงจะทำให้ไม่ติดเชื้อนี้ แต่เมื่อไรก็ตามที่ภูมิต้านทานเราลดลงก็จะทำให้ติดเชื้อราได้ง่ายขึ้น สารสกัดเมล็ดองุ่นถูกยกเป็นยาฆ่าเชื้อราที่ใช้กันทั่วไปโดยเฉพาะใช้รักษาอาการติดเชื้อจากเชื้อราแคนดิดา

ในการทดลองในหนูที่ติดเชื้อราแคนดิดาในช่องคลอดและได้ใช้สารสกัดเมล็ดองุ่นในการรักษาทุกๆ 2 วันเป็นเวลา 8 วัน ผลปรากฎว่าอาการติดเชื้อนั้นหยุดลงในวันที่ 5 และหายไปหลังจากที่ใช้สารสกัดเมล็ดองุ่นได้ 8 วัน

สรุป

จากงานวิจัยหลายชิ้นที่กล่าวมาข้างต้นสามารถสนับสนุนความพิเศษของสารสกัดเมล็ดองุ่นว่ามีประโยชน์มากมายหลากหลายทั้งเป็นยาและสารบำรุงผิว ซึ่งคงจะพูดได้ว่าเป็นยาแก้สารพัดโรคก็ว่าได้

ในปัจจุบันสารสกัดเมล็ดองุ่นอยู่ในรูปแบบของอาหารเสริมและครีมบำรุงผิวเป็นส่วนมาก เนื่องจากสารสกัดเมล็ดองุ่นมีส่วนช่วยในเรื่องของอาการวัยทอง ชะลอการเกิดริ้วรอยและบำรุงผิวและเมื่อนำสารสกัดเมล็ดองุ่นมารวมกับสารสกัดจากธรรมชาติอีก 8 ชนิดจึงเป็นการผสมผสานอย่างลงตัวและกลายเป็นอาหารเสริมที่สามารถช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนของร่ายกายเราได้ และยังช่วยบำรุงผิวให้อ่อนกว่าวัย ทั้งด้านความนุ่มเนียนใสและต้านริ้วร้อยแห่งวัย ดังนั้นจึงไม่ยากเลยถ้าจะเราเริ่มบำรุงร่างกายให้กลับมามีสมดุลและสดชื่นได้ในทุกวันๆ ค่ะ

Related Posts

One thought on “8 สุดยอดความดีงามของ “สารสกัดเมล็ดองุ่น”

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll To Top