Exclusing Offer For Thai Residents

Blog

Oct 16 2019

“สารพิษตกค้าง” อุปสรรคชิ้นใหญ่ของการลดน้ำหนัก


Cleanser, Weight Loss, ดีท็อกซ์

“สารพิษตกค้าง” อุปสรรคชิ้นใหญ่ของการลดน้ำหนัก

หลายคนอาจจะไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับการดีท็อกซ์เพื่อลดน้ำหนัก แต่สำหรับบางคนคงเคยได้ยินมาบ้างว่าการดีท็อกซ์นั้นทำให้ลดน้ำหนักได้จริง แล้วเคยสงสัยไหมว่า…นี่เป็นเพียงกระแสหรือทำได้จริง? แล้วสารพิษตกค้างเกี่ยวอะไรกับการลดน้ำหนัก? วันนี้ MikaNutra จะมาเปิดข้อมูลล้วงลึกเรื่องการดีท็อกซ์เพื่อลดน้ำหนักนั้นทำได้จริงไหมแล้วผลลัพธ์เป็นอย่างไรให้ทุกคนได้รู้กัน

การดีท็อกซ์คืออะไร

ดีท็อกซ์ (Detoxification) หรือการล้างสารพิษเป็นกระบวนการกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย การล้างพิษนั้นริเริ่มมาจากกระบวนการทางการแพทย์เพื่อช่วยผู้ป่วยที่ติดสารเสพย์ติดและสุราสามารถเลิกเสพสิ่งเสพย์ติดและหยุดการดื่มสุราได้ แต่จุดประสงค์ของการดีท็อกซ์ในปัจจุบันก็คือการลดน้ำหนักและสุขภาพที่ดีขึ้น รวมถึงการกำจัดสารพิษตกค้างในร่างกายที่เราได้รับจากสิ่งแวดล้อมและอาหารที่เราทานเข้าไป การดีท็อกซ์เพื่อลดน้ำหนักก็มีตั้งแต่การอดอาหาร การทานอาหารเสริมสมุนไพร การทานอาหารคลีน และวิธีอื่นๆ ที่ช่วยล้างระบบในร่างกายของคุณแม้กระทั่งการทานยาถ่ายก็ถูกจัดอยู่ในกลุ่มดีท็อกซ์เช่นกัน

โดยรวมแล้วเป้าหมายของการดีท็อกซ์ก็คือการกำจัดสารพิษออกจากร่างกายซึ่งหลักๆ ก็จะพุ่งเป้าไปที่การดีท็อกซ์ตับ เนื่องจากตับเป็นอวัยวะที่สำคัญในการกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย อาหารเสริมที่ช่วยให้ตับทำงานดีและทำงานอย่างมีประสิทธิภาพถือเป็นตัวช่วยที่ดีอย่างหนึ่ง เนื่องจากอาหาร ผักและผลไม้บางประเภทช่วยบำรุงและส่งเสริมการทำงานของอวัยวะในร่างกาย ก็เหมือนการรดน้ำพรวนดินใส่ปุ๋ยให้ต้นไม้โตเร็ว ไม่ติดโรค ขนาดพืชยังต้องการปุ๋ยเป็นอาหารเสริม แล้วร่างกายของมนุษย์ล่ะ? ฉะนั้นเมื่อเปรียบเทียบกับร่างกายมนุษย์ก็เหมือนกับการที่เราดื่มยาจีน รังนกหรือโสมเพื่อบำรุงกำลังนั่นแหละ ถือว่าเป็นกระบวนการฟื้นฟูร่างกายโดยรับประทานอาหารจากธรรมชาติและปรับสมดุลหยินหยางให้กับร่างกายนั่นเอง

ไม่แปลกหากการทานอาหารเสริมเพื่อการดีท็อกซ์จะนำมาซึ่งประโยชน์อันมากมายต่อสุขภาพ อีกทั้งส่งผลดีต่อผิวพรรณ เราทุกคนต่างรู้ว่าสุขภาพดีนั้นมาจากภายใน เมื่อระบบในร่างกายทำงานดีขึ้น ไม่มีสารพิษตกค้างมาเป็นตัวขัดขวาง ก็ส่งผลให้ระบบเผาผลาญ ระบบขับถ่าย ระบบย่อยอาหารและระบบอื่นๆ ในร่างกายทำงานดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลออกมาถึงภายนอก ทำให้ผิวพรรณดีขึ้น ขับถ่ายดี ท้องไม่อืด สิวไม่เห่อ ไม่มีกลิ่นปากและลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายแรงอื่นๆ ทั้งนี้ก็ต้องร่วมกับการทานอาหารที่มีประโยชน์และเลือกทานอาหารที่ปลอดสารพิษ และยาปฏิชีวนะต่างๆ รวมถึงออกกำลังกายและรักษาสุขภาพทางอื่นร่วมด้วย ไม่ใช่ว่ารับประทานอาหารเสริมดีท็อกซ์แต่ไม่เปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต ยังสูบบุหรี่ ทานอาหารไม่เลือก หรือไม่ออกกำลังกายก็อาจจะทำให้การดีท็อกซ์นั้นล้มเหลวได้

สารพิษตกค้าง…ตัวร้ายในชีวิตจริง

หากชีวิตเป็นเหมือนละครหลังข่าว มีพระเอกขี่ม้าขาว และเราเป็นนางเอก นางอิจฉาของระบบร่างกายก็คงจะเป็นสารพิษ (Toxin) นั่นเอง สารพิษก็เป็นคำจำกัดความง่ายๆ ที่ใช้เรียกอะไรก็แล้วแต่ที่เป็นพิษและส่งผลร้ายต่อสุขภาพร่างกายของเรา สารพิษในที่นี่สามารถเหมารวมอาหารประเภท น้ำตาล สารปรุงแต่ง สีและกลิ่นสังเคราะห์ต่างๆ ยาฆ่าแมลงและสารเคมีที่ใช้ในครัวเรือน แม้กระทั่งสบู่และแชมพูก็มีสารพิษปนอยู่เช่นกัน แต่ไม่ใช่ว่าจะมีแค่สารพิษที่ส่งผลร้ายต่อร่างกายเท่านั้น เพราะของดีๆ บางอย่างถ้ามากเกินไปก็ส่งผลร้ายต่อร่างกายเช่นกัน

สารพิษนั้นเป็นอันตรายอย่างมากต่อร่างกายเพราะสามารถทำให้เกิดโรคร้ายแรงได้หรืออาจจะเป็นโรคเรื้อรังแบบไม่ร้ายแรง รวมถึงก่อให้เกิดการอักเสบในร่างกายเนื่องจากการระคายเคืองและการทำงานหนักของร่างกายเพื่อกำจัดสารพิษ

รูปภาพจาก Stephen Lovekin/Getty Images; Tom Munnecke/Getty Images

เหมือนอย่างข่าวล่าสุดเกี่ยวกับนักแสดงสุดหล่อ แอชตัน คุชเชอร์ (Ashton Kutcher) กับการดื่มน้ำแครอททุกวันเป็นเวลา 2 อาทิตย์เพื่อจะให้รู้ซึ้งถึงบทบาทของ สตีฟ จอบส์ (Steve Jobs) ในหนังที่เขารับบทเป็นสตีฟ จอบส์ ซึ่งชีวิตจริงของสตีฟ จอบส์นั้นเขาเป็น Fruitarian อธิบายง่ายๆ ก็เหมือนพวกวีแกนที่กินผักเป็นหลัก แต่ Fruitarian นั้นกินผลไม้เป็นหลัก แล้วแอชตัน คุชเชอร์พี่แกศึกษาชีวิตการเป็นอยู่และการกินของสตีฟ จอบส์อย่างเอาจริงเอาจัง แล้วก็ไปรู้มาว่าสตีฟนั้นดื่มน้ำแครอทเยอะมาก พี่แกเลยอยากตัวเหลืองมีออร่าอมส้มเหมือนสตีฟ จอบส์ตอนป่วย พี่แกก็เลยจัดตารางการทานอาหารให้เหมือนบิดาแห่ง Apple ของเราซะเลยโดนดื่มน้ำแครอททั้งวัน ทุกวันเป็นเวลา 2 อาทิตย์จนก่อนเขาถ่ายทำไม่กี่สัปดาห์ สรุปหนุ่มแอชตัน คุชเชอร์โดนหามเข้าโรงพยาบาลพร้อมโดนอัดมอร์ฟีนแก้ปวดเต็มพิกัด เหตุผลก็เพราะดื่มน้ำแครอทมากเกินไปจนตับอ่อนอักเสบแล้วก็พังไปชั่วคราว ซึ่งสตีฟ จอบส์ก็เสียชีวิตจากโรคมะเร็งตับอ่อน อ้าว…ไหนบอกน้ำแครอทดีต่อสุขภาพไง? คือดีมันก็ดีจริงๆ แต่ถ้ากินมากเกินไป ทำอะไรแบบสุดโต่งก็เป็นพิษต่อร่างกายได้เช่นกัน ทุกอย่างต้องเดินทางสายกลาง ไม่มากไป ไม่น้อยไปถึงจะดี

นาทีที่ 12.35 ที่ แอชตัน คุชเชอร์ เล่าถึงประสบการณ์การเป็น Fruitarian เหมือนสตีฟ จอบส์
แล้วโดนหามเข้าโรงพยาบาลเพราะตับอ่อนอักเสบเนื่องจากดื่มน้ำแครอททุกวันติดต่อกันเป็นเวลา 2 อาทิตย์

ดีท็อกซ์สารพิษเพื่อการลดน้ำหนัก

การดีท็อกซ์ที่ได้ผลนั้นส่งผลให้การลดน้ำหนักประสบความสำเร็จและยังทำให้สุขภาพร่างกายโดยรวมดีขึ้นอีกด้วย แต่กระนั้นแล้วการดีท็อกซ์จำเป็นต้องเอื้ออำนวยต่อสิ่งที่ร่างกายต้องการเพื่อกำจัดสารพิษ อาหารและอาหารเสริมเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการดีท็อกซ์ เพราะเรากินอาหารหลายเวลาและร่างกายก็ขับสารพิษอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

อย่างที่กล่าวมาข้างต้นว่าสารพิษนั้นเป็นตัวขัดขวางการทำงานของระบบร่างกาย พูดง่ายๆ ก็เหมือนสนิมที่ทำให้เครื่องยนต์ทำงานช้าและฝืด สารพิษทำให้เราป่วยและทำให้ระบบเผาผลาญทำงานแย่ นอกจากนี้ยังเป็นสาเหตุทำให้ตัวบวมน้ำ ท้องอืด อาหารไม่ย่อยและอาการเล็กๆ น้อยๆ ที่เราเพิกเฉยบางเวลา ร่างกายที่ทำงานราบรื่นจะต้องส่งผลให้เรารู้สึกดี หากร่างกายเรารู้สึกเหนื่อย อ่อนเพลีย ไม่สบายตัว การดีท็อกซ์เป็นตัวช่วยที่สำคัญที่ทำให้ร่างกายกลับมาทำงานได้อย่างเป็นปกติ จากการวิจัยและทดลองพบว่า คนที่ดีท็อกซ์ด้วยวิธีที่เหมาะสมจะทำให้น้ำหนักลดลงและยังทำให้ปัจจัยอื่นๆ อย่างเช่น การอักเสบของร่างกายที่เป็นเหตุทำให้น้ำหนักขึ้นนั้นลดลง

การทานอาหารที่มีประโยชน์รวมถึงอาหารเสริมที่สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของร่างกายต่อการกำจัดสารพิษนั้นเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญมาก การทานอาหารที่ปราศจากสารพิษก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทำให้ร่างกายทำงานไม่หนักเกินไป เพราะสารพิษตกค้างจากอาหารเช่น ยาฆ่าแมลง สารกันบูดและสารอื่นๆ ที่ปนอยู่ในอาหารสำเร็จรูปสามารถเข้าไปขัดขวางการกำจัดสารพิษของร่างกายได้ การทานอาหารออแกนิคเป็นสิ่งที่สำคัญมากในปัจจุบัน เนื่องจากมลภาวะก็ถือเป็นสารพิษเช่นกัน อย่างน้อยการช่วยร่างกายให้รับภาระเรื่องการกำจัดสารพิษจากอาหารที่เราทานทุกมื้อก็เป็นสิ่งสำคัญมากเพราะอาจจะทำให้การดีท็อกซ์ล้มเหลวได้

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงในระหว่างการทำดีท็อกซ์ก็คือ น้ำตาลฟรุคโตส ที่พบได้มากในน้ำอัดลม ขนมคบเคี้ยว ลูกอมต่างๆ ที่มีส่วนประกอบของน้ำตาลข้าวโพดแม้กระทั่งการดีท็อกซ์โดยน้ำผักผลไม้ก็มีน้ำตาลสูงเช่นกัน จึงส่งผลให้การล้างสารพิษไม่ประสบความสำเร็จ

จากการวิจัยพบว่าน้ำตาลเป็นส่วนประกอบหลักที่ทำให้เกิดโรคเรื้อรังต่างๆ รวมถึงโรคอ้วน การดีท็อกซ์ที่ได้ผลดีนั้นหากเป็นไปได้ในการหลีกเลี่ยงการทานไขมันประเภทไขมันทรานส์จะเป็นการดี ไขมันทรานส์ส่วนมากจะอยู่ในอาหารแปรรูปแม้ว่าบนผลิตภัณฑ์จะเขียนว่า “ไขมันต่ำ” ก็ไม่ได้ช่วยให้เจ้าไขมันทรานส์น่ากลัวลดลงเลย เพราะฉะนั้นถ้าเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยง

นอกจากนี้การแพ้อาหารก็เป็นสาเหตุที่ทำให้การลดน้ำหนักไม่เป็นผล นอกจากนี้ยังทำร่างกายทำงานหนักเพราะอาหารที่ทานเข้าไปกลายเป็นพิษต่อร่างกายทำให้เลือดมีสารพิษไหวเวียนไปทั่วร่างกาย อาหารพวกกลูเตน ถั่วเหลือง นม และข้าวโพดเป็นอาหารกลุ่มหลักที่เกิดอาการแพ้ เพราะฉะนั้นระหว่างการดีท็อกซ์จะเป็นการดีหากหลีกเลี่ยงอาหารประเภทนี้หรือควรงดก่อนการทานอาหารเสริมประมาณ 3-4 สัปดาห์เพื่อให้ร่างกายกำจัดอาหารพวกนี้ออกจากระบบ

“กลูเตน” เป็นหนึ่งในกลุ่มอาหารที่คนเอเชียมีอาการแพ้มากที่สุดพอๆ กับนม
เนื่องจากร่างกายของเราไม่สามารถย่อยกลุ่มอาหารเหล่านี้ได้ อาการแพ้ก็แตกต่างกันไป
ตั้งแต่เป็นผื่นคัน หายใจไม่ออก ท้องอืด รวมไปถึงเสียชีวิตหากมีอาการแพ้มากๆ
เพราะฉะนั้นควรใส่ใจกับการแพ้อาหารให้มากขึ้นเพราะส่งผลให้เป็นพิษต่อร่างกายและน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นได้เช่นกัน

สุขภาพดีขึ้นต้องเริ่มจากตัวคุณ หากคุณสามารถเพิ่มกลุ่มอาหารประเภท Superfood เข้าไปในชีวิตประจำวันก็จะถือเป็นสิ่งที่ดีมาก อาหารพวก บลูเบอร์รี่ ผักใบสีเขียวเข้ม แอปเปิ้ลไซเดอร์เวนิก้า ต้นอ่อนข้าวสาลี ไซเลียม ฮัสค์และวิตามินซีนั้นล้วนดีต่อสุขภาพ อีกทั้งยังช่วยทำให้การดีท็อกซ์ล้างสารพิษตกค้างทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ ชำระล้างสารพิษตกค้างในร่างกายพร้อมทั้งยังเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ฟื้นฟูสุขภาพ ส่งผลให้ผิวกระจ่างใสและสุขภาพที่ดีกว่าเดิมจากภายในสู่ภายนอก ที่สำคัญสามารถทำให้การลดน้ำหนักเป็นเรื่องที่ทำได้จริงอีกครั้ง หากอยากรู้ข้อมูลอื่นๆ เกี่ยวกับ Superfood ดีท็อกซ์และสุขภาพ สามารถเข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้ที่ MikaNutra.com เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณวันนี้

Related Posts

6 thoughts on ““สารพิษตกค้าง” อุปสรรคชิ้นใหญ่ของการลดน้ำหนัก

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll To Top